เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider

คอลัมนิสต์


เจ๊จิ๋ม...สายเถื่อน

  • 2022-08-11 07:30:01
  • 437

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 11-08-22

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 11-08-22


11-08-22  สวัสดีพี่น้องชาวไทย "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยเวลา 7.30 น.มีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

***เมื่อวาน กนง. ลงมีมติด้วยเสียง 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันที่ 0.50% เป็น 0.75% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งก้อเป็นไปตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ และยังมีการมองต่อไปอีกว่าดอกเบี้ยนโยบายจะต้องถูกปรับขึ้นไปอีก จนถึงสิ้นปีนี้น่าจะขึ้นไปแตะที่ระดับ 1.25%  

***ทางด้านเงินเฟ้อของไทยเราเดือน ก.ค.65 7.61% ถือว่าเป็นตัวเลขระดับสูง และเป็นแรงกดดันให้ กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย   เรื่องนี้จะส่งผลให้ Spread ของดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯกว้างที่ระดับ 2% ในปัจจุบัน และคาดว่าจะกว้างถึง 2.5% ณ สิ้นปี 2565 นี้ (อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯสิ้นปี 3.75% , อัตราดอกเบี้ยไทยสิ้นปี 1.25%)

***แต่การขึ้นดอกเบี้ยก้อมีอีกมุมคือเป็นปัจจัยที่จะกดตลาดหุ้นไทยในอนาคต  สำหรับกลุ่มที่ได้รับผลบวกจากเรื่องนี้ที่คาดว่าน่าจะ Outperform ตลาดได้อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และ กลุ่มประกัน 

***กูรูหุ้นจาก "เอเซียพลัส" ประเมินว่าทุก 0.25% ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เปลี่ยนแปลงและ บรรดาแบงก์มีการบริหารจัดการตามกลไกลตลาด จะทำให้ NIM แบงก์ใหญ่ เพิ่มขึ้น 0.05 - 0.10% โดยภายใต้ Sensitivity Analysis (สมมติฐานอื่นคงเดิม) จะพบว่าในกรณีที่ NIM เพิ่มขึ้น(ลดลง) 0.1% จากสมมติฐานที่ประเมินเอาไว้ จะทำให้กำไรของ BBL, KTB เปลี่ยนแปลงราว 10% ส่วน KBANK และ SCB ประมาณ 7-8% 

***ส่วนหุ้นกลุ่มที่จะได้รับผลทางลบคือ "กลุ่มเช่าซื้อ" เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้แนวโน้ม Cost of funds ของกลุ่มเช่าซื้อสูงขึ้น เพราะโครงสร้างหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยจ่ายบางส่วนเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว แต่อัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ให้ลูกค้าเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ทั้งหมด ดอกเบี้ยที่ขยับ 0.25% มีการประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ของกลุ่มเช่าซื้อราว 1.1% โดยประเมินว่า บจ.ที่กระทบมากสุดจะเป็น ASK 

***OTO เมื่อวานโดนเล่นหนักมาก..มีข่าวลือสะพัดในโซเชี่ยลมีเดียว่า "มีเจ้ามือที่คุ้นหน้าในวงการและเคยถือหุ้นโรงไฟฟ้าแตกคอในเกมหุ้น และเทขายออกมาทำให้รายย่อยเจ็บ" จริงหรือเท็จ..เจ๊จิ๋มก้อตอบไม่ได้ แต่ที่ตอบได้แน่ๆ คือ ปัจจัยพื้นฐานของ OTO ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังคงแข็งแกร่ง-แน่นปึ๊กๆๆๆๆ ธุรกิจที่ทำอยู่ในตอนนี้ที่มุ่งเน้นทางธุรกิจเกมและอีสปอร์ต จะเป็น New S-curve เต็มรูปแบบให้กับ OTO ในอนาคตอันใกล้...บอกได้เลยว่าจังหวะนี้้ต้องเข้าซื้อไว้เลยล่ะ แหม!! เสียดายแทนคนที่ขายหุ้นออกมาก่อนหน้านี้ จริง-จริ๊งงงงงงงง

***ถึงแม้ว่า WORLD จะยังไม่ได้กลับซื้อขายในกระดานได้ตามปกติ แต่เจ๊จิ๋มขอยกนิ้วให้กับความขยันของทั่นผู้บริหารคนเก่ง  “ดร.จิรศักดิ์ จิยะจันทน์”  เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัว...นักท่องเที่ยวเริ่มคัมแบ็ค "ภูเก็ต" จังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกก็ถูกจับตาว่าจะกลับมา “จุดพลุ” ได้อีกครั้ง แบบนี้โปรเจคอสังหาฯระดับหมื่นล้าน “เดอะฟอร์เรสป่าตอง” อยู่ที่ภูเก็ตของ WORLD  จะถูกจัดอยู่ในลิสต์ที่มีการพูดถึงมากที่สุด! ย๊างงงงงง-ยังไม่หมดข่าวดีเพียงแค่นี้ ได้ยินมาว่ารายได้และกำไร ของ WORLD  ยังสดใสไฉไลต่อเนื่อง… แบบนี้เค้าเรียกว่า "ดีและพร้อมทุกอย่าง" เหลือแค่รอกลับเข้ามาเทรดตลาด mai  เท่านั้นละคร๊าาาาาา


  • ผู้โพสต์ natsinee2
  • 2022-08-11 07:30:01
  • 437

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน