เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2022-08-10 10:49:54
  • 660

สถาบันไทย-นอมินีต่างชาติ ตัดขาย DTAC

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งหลายๆคนคาดหวังว่าดัชนีน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยปัจจัยที่น่าจะเข้ามาพยุงดัชนีไม่ให้ไหลลงลึกไปกว่านี้ ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการของบริษทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยในงวดไตรมาส2/2565 และงวดครึ่งแรกของปี 2565 


โดยบล.เอเซียพลัสประเมินว่านช่วงที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนมีการราย งานงบไตรมาส2/2565 ไปแล้วทั้งสิ้น 36 บริษัท มีกำไรสุทธิ 1.01 แสนล้านบาท เติบโต 16.6%จากไตรมาส1/2565 และ 10.4%จากงวดเดียวกันปีก่อน

หากพิจารณาข้อมูลจากทาง Bloomberg เฉพาะหุ้นที่นักวิเคราะห์มีการทำ Earning Preview พบว่า มีSurprise จากประมาณการ 5.3% กำไรที่ยังเติบโตและออกมาดีกว่าคาด ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบวกที่หนุนตลาด รวมถึง Fund Flow ไหลเข้าในช่วงที่ผ่านมา และสัปดาห์นี้อาจเห็นการทยอยประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนไทยที่เหลือเกือบทั้งหมด ASPS อาจจะปรับประมาณการกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามต้องดูผลลัพธ์หลังประกาศงบเสร็จอีกที เพราะพฤติกรรมส่วนใหญ่หุ้นที่ประกาศงบวันท้ายๆ มักจะมีงบที่ฉุดรั้งประมาณการกำไรอยู่เสมอ

จากการสำรวจข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ 1 สิงหาคม 2565 ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) DTAC และนำมาเปรียบเทียบกับการปิดสมุดทะเบียนครั้งก่อน พบว่า สำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลง ล่าสุดเหลือถือครอง 67,613,350 หุ้น คิดเป็น 2.86% จากเดิมที่เคยถือลงทุนจำนวน 88,226,200 หุ้น คิดเป็น 3.73% ดังนั้นแสดงว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเทขายหุ้นออกมา 

สอดคล้องกับ การถือครองหุ้นของ SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED มีการลดสัดส่วนถือหุ้นเช่นกัน ล่าสุดถือหุ้น 22,189,294 หุ้นคิดเป็น 0.94% จากเดิมที่เคยถือครอง 26,463,007หุ้น คิดเป็น 1.12%

การที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศได้ตัดขายหุ้นออกมาในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากประเด็นความไม่แน่นอนในเรื่องของการควบรวมกิจการกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ซึ่งล่าสุดบอร์ด กสทช.จึงมีมติให้ทางสำนักงาน กสทช. ไปทำการวิเคราะห์ที่มีหลักฐานทางวิชาการและข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับเพิ่มเติม เนื่องจากมองว่าข้อมูลมีความจำเป็นสำหรับการออกแบบมาตรการเพื่อป้องกันการผูกขาดตลาดโทรคมนาคม หรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลของ กสทช. ตามกฎหมายโดยให้สำนักงาน กสทช. รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานที่มอบหมายต่อ กสทช. โดยเร็ว ดังนั้นทำให้ประเด็นการควบรวมของทั้งสองบริษัท ยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกระยะ

ขณะที่สำรวจความคิดเห็นโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ยังคงแนะนำให้ซื้อหุ้นDTAC ภายหลังจากที่รายงานผลประกอบการไตรมาส2/2565ออกมาแล้ว โดยให้ราคาเป้าหมายระหว่าง 30-58 บาท 

บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ“ซื้อ” DTAC เพราะ 1) ระยะสั้นมีปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกที่ 0.85 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนที่ 1.8% , 2) คาดกำไรฟื้นตัวได้ตั้งแต่ ครึ่งปีหลัง จากมาตรการผ่อนคลายการเดินทางให้นักท่องเที่ยว และผลบวกของฤดูกาล , และ3) เชื่อว่าการควบรวมกับ TRUE จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งบริษัทใหม่ที่จะเกิดจากการควบรวมจะมีความแข็งแกร่งกว่า DTAC ในปัจจุบัน โดยได้ประเมินมูลค่า DTAC (รวมประโยขน์จากการควบรวม) อยู่ที่58 บาท

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 30.00 บาท (เดิม 35.00 บาท) อิง DCF (WACC 8.9%, TG 2%) เพื่อสะท้อนสมมตฐานใหม่แต่ยังเป็นกรณียังไม่ควบรวมกิจการกับ TRUE ซึ่งยังไม่สะท้อนโอกาสในการเกิด synergy benefit ทั้งนี้ระยะยาวการใช้งาน Data ที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าและการแข่งขันในระดับสมเหตุสมผลจะเป็น Key catalyst ให้กับหุ้น 

อย่างไรก็ตามระยะส้น COVID-19, ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มเติม, investment cycleรอบใหม่(5G) และความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงจะเป็นความเสี่ยงกดดันผลประกอบการ(ทั้งนี้สมมตฐานสภาวะการแข่งของเรายังอยู่ภายใต้ เงื่อนไขที่ amalgamationระหว่าง DTAC และTRUE ยังไม่เกิดขึ้น)

  • ผู้โพสต์ มิ้ว
  • 2022-08-10 10:49:54
  • 660

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน