เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-03-14 12:22:19
  • 2188

ลับ ลวง พราง AOT เซ้ง “ดิวตี้ฟรี”

ลับ ลวง พราง AOT เซ้ง “ดิวตี้ฟรี”

By...Victor

"ห้างหรูดูดี" ในสนามบินชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ที่เรียกกันว่า "Duty free" สำหรับในเมืองไทย เรียกว่าแทบจะถูก "ผูกขาด" ไม่มีรายอื่นเข้ามาแจม "King Power" ถือเป็นเจ้าตลาดยึดครองจนกลายเป็น "อาณาจักร" ใหญ่โตมโหฬาร


ตอนนี้ทาง AOT เจ้าของพื้นที่ Duty free กำลังจะเปิดประมูลรอบใหม่ แต่ดู "เงื่อนไข" ที่เคาะปิ๊บเรียกคนมาประมูล ยังเน้นไปที่ "การผูกขาด" เหมียนเดิม!


"นิตินัย ศิริสมรรถการ" CEO  บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. ได้ออกประกาศเชิญชวน เรื่องงานให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (Duty free) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ และประกาศเชิญชวนเรื่องงานให้สิทธิประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับ จะ "คัดเลือกเพียงรายเดียว" 


มีกำหนดให้เข้าบริหารตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2574 หรือ 10 ปี 6 เดือน โดยจะเปิดขายเอกสารประมูลทั้ง 2 ประกาศ พร้อมกันในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2562 จะ "เปิดซอง" เสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุดในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562


โดยผู้เสนอค่าตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ที่มีอัตราสูงสุด จะชนะไป และหากดำเนินการแล้ว จะเลือกจ่ายแบบค่าตอบแทนขั้นต่ำ หรือ ส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) แล้วแต่ว่าแบบไหนให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งใช้รูปแบบคัดเลือก "คล้ายรายเดิม" โดยที่ผ่านมา 7 ปีแรกยอดขายไม่ดีก็จ่ายเป็นค่าตอบแทนขั้นต่ำ แต่ 5 ปีหลังยอดขายเติบโตดีก็จ่ายแบบส่วนแบ่งรายได้


ส่วนประเด็นที่ไม่เลือกใช้การประมูลแบ่งประเภทสินค้า (Category) เพราะสนามบิน "ไม่เหมือนห้างสรรพสินค้า" การเคลื่อนไหวของผู้โดยสารในสนามบินเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ ตามสถานการณ์และเครื่องบินที่จอดรับ 


ขณะที่การนำ 4 สนามบินรวมกันเป็นสัญญาเดียว จะน่าจูงใจมากกว่า 


นิตินัย ให้เหตุผลว่า เพราะ "สนามบินสุวรรณภูมิ" มีขนาดใหญ่ที่สุดคิดเป็น 82% ของรายได้ดิวตี้ฟรี ขณะที่ สนามบินหาดใหญ่ มีขนาดเล็กที่สุด คิดเป็น 0.04% หากเปิดประมูลเดี่ยวคงไม่มีใครสนใจ  ส่วนสนามบินภูเก็ต และสนามบินเชียงใหม่ รวมกันคิดเป็น 18% เมื่อรวมกันและให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้ามาดำเนินธุรกิจจะทำให้ดิวตี้ฟรีของสนามบินสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้


ฟังจากปากของ "นิตินัย" ก็ดูดีนะ แต่แน่ใจหรือว่า "การผูดขาด" เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุด ในขณะที่ทั่วโลก เขายอมรับระบบ "แข่งขันเสรี" ซึ่งผลก็พิสูจน์อยู่แล้วว่า "การแข่งขัน" จะก่อให้เกิดการพัฒนา และประโยชน์จะตกแก่ "ผู้บริโภค" เป็นสำคัญ ขณะที่ "การผูกขาด" จะไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน "ไม่มีตัวเปรียบเทียบ" ซึ่ง "ผู้ชนะประมูลผูกขาด" จะสามารถ "สร้างเงื่อนไข" ใดๆ ก็ได้ตลอดอายุสัมปทาน ยิ่งสัญญายืดหยุ่นในเรื่อง "รายได้" ที่ทำเป็น 2 ขยัก คือ ทั้งแบบ "จ่ายขั้นต่ำ" และ "แบ่งรายได้" ตามแต่สถานการณ์ ยิ่งทำให้ดูแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก!


สมมติดูว่าท่านผู้อ่าน เป็นผู้ชนะประมูล เข้าบริหารสนามบิน แล้วจะ "อยากจ่าย" แบบไหน? สุดท้ายแล้วทาง AOT น่าจะได้รายรับ โดยที่ผู้ประกอบการจ่ายแต่  "ขั้นต่ำ" นั่นแหละ เพราะคงไม่มีผู้ประกอบการรายใด อยากจ่าย "ค่าต๋ง" แพงๆ หรอก 


แต่ในกรณีที่ มีผู้ประกอบการหลายราย ในหลายสนามบิน ย่อมจะมีผู้จ่าย "ค่าต๋ง" ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ข้อสำคัญ มันจะมี "ตัวเปรียบเทียบ" เรื่อง "รายได้จากจำนวนผู้โดยสาร" ที่ผ่านแต่ละสนามบินอีกด้วย 


ดังนั้น เมื่อไม่มีการแข่งขันไม่มีตัวเปรียบเทียบ "ผู้ให้บริการผูกขาด" ก็จะนั่งฟาดกำไรแบบ "สบายเหงือก" เพราะสามารถเลือกจ่ายค่าต๋งตามแบบที่ตนเองได้ประโยชน์สูงสุด!


การกำหนดเงื่อนไข "เอื้อขาใหญ่" ให้ "ผูกขาด" แบบนี้ ทุกฝ่ายจึงเหล่ไปที่ King Power เจ้าเดิม ที่มีโอกาสดีกว่าเพื่อนในเงื่อนไขที่ AOT ตั้งขึ้นมา!


อยากให้สังคมอย่ามองข้ามการประมูลรอบนี้ เพราะแทนที่จะ "ซอยพื้นที่" ตามลักษณะสินค้า แบบที่มีผู้ประกอบการเรียกร้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ "ผู้ค้า" ซึ่งถนัดเฉพาะทาง ไม่ต้องไป "เซ้งต่อ" และควรกำหนด "ราคาขั้นต่ำ" ให้ "คุ้มค่า" เงินลงทุนที่ AOT ทำการก่อสร้างไปในส่วนของพื้นที่เพื่อการพาณิชย์...


ไม่อยากเห็นโครงการแบบเดิมๆ ที่ "หลวงลงทุนแพง แต่เอกชนฟันกำไรหัวแบะ" แบบที่เกิดขึ้นแทบทุกโครงการที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ทุกอย่างจึงควรทำแบบโปร่งใส ไม่ผูกขาด  เปิดให้มีการเปรียบเทียบแข่งขัน ซึ่งจะทำให้การลงทุนของ AOT มีความคุ้มค่ากับ "เงินลงทุน" ที่ใส่ไป...


ถ้ายังคงทำมาหากินกันแบบเดิมๆ ได้ผู้ให้บริการแบบเดิมๆ แล้วได้ "ห้างหรู คุณภาพต่ำ" อยากได้แบบนั้น ก็ตามใจ!



  • ผู้โพสต์ kaweephon
  • 2019-03-14 12:22:19
  • 2188

ผู้สนับสนุน