เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ทอล์คออฟเดอะทาวน์


  • 2019-10-22 13:37:20
  • 1109

หุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง 2 ยี่ห้อดังแรลลี่อีกครั้ง...

Mr.Data

โดยในส่วนของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้ ตราสินค้า เช่น เอ็ม-150 ลิโพ เป็นต้น เครื่องดื่มเกลือแร่ และกาแฟพร้อมดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลภายใต้ตราสินค้าเบบี้มายด์ และทเวลฟ์พลัส รวมทั้งธุรกิจให้บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า

เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ 17 ตุลาคม 2561 ราคาไอพีโอ 25 บาท ราคาพาร์ 1 บาท 

ราคาหุ้น OSP พุ่งกระฉูด! สร้างสถิติสูงสุดใหม่ นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแตะที่ระดับ 43.75 บาท (21 ต.ค.62)

ขณะที่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CBG) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีการลงทุนหลักในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด จำหน่าย และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่น ๆ อย่างครบวงจร

เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ 21 พ.ย.2537  ราคาไอพีโอ 28 บาท ราคาพาร์ 1 บาท

ราคาทะยานลิ่ว! สร้างทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี แตะระดับ 87.50 บาท (21 ต.ค.62)

ถามว่า OSP และ CBG มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน....

CBG สถานีต่อไป 102 บ.

บล.เคทีบี ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/62 ของ CBG จะทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 611 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 139% YoY, 11% QoQ หนุนโดย  รายได้จาก Domestic-branded own ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ( 5% YoY, 11% QoQ), 

ด้านรายได้ต่างประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 7% YoY โดยตลาดจีนเติบโตสูง YoY   GPM expansion ทั้ง YoY และ QoQ อยู่ที่ 38.5%, และ  SG&A to total sales ปรับตัวลดลง -17% YoY จากค่าใช้จ่ายสนับสนุนทีมฟุตบอล Chelsea ที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2562 เพิ่มขึ้น 13.2% เป็น 2,264 ล้านบาท และ ปี 2563 เพิ่มขึ้น 7.4% เป็น 2,689 ล้านบาท เพื่อสะท้อน outlook และ GPM ที่ดีกว่าที่เราคาดการณ์เดิม ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นและ outperform SET มากกว่า 40% ใน 6 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนกำไรที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากใน ครึ่งปีแรก ( 149% YoY)

ขณะเดียวกันยังมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังเทรดที่ระดับ valuation ไม่สูงมากเกินเมื่อเทียบกับในอดีต (below 5-yr average PER) และเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2562/63 ที่ 95%/ 19% ดังนั้นยังคงเลือก CBG เป็น top pick ของกลุ่ม Food & Beverage เรามองว่า CBG กำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป

ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และมีการปรับราคาเป้าหมายเป็น 102.00 บาท อิง 2020E PER ที่ 38x (-0.25SD below 5-yr average PER) จากเดิม 95.00 บาท (อิง 2020E PER ที่ 38x)

OSP ป้ายหน้า 45 บ.

ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ “ซื้อ” OSP ราคาเป้าหมาย 45 บาท อิงค่า PER เฉลี่ยที่เหมาะสมในปี 2563 ที่ 35 เท่า โดยมองว่า OSP มีศักยภาพในการเติบโตในประเทศได้จากการแตกไลน์สินค้าเพิ่ม ส่วนตลาดต่างประเทศนั้น OSP เพิ่งรุกเข้าไปในประเทศหลักเช่น เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งมีประชากรวัยทำงานเป็นสัดส่วนสูง ตลาดโดยรวมเมื่อพัฒนาแล้วคาดว่าน่าสนใจอย่างมาก 

สำหรับยอดขายเครื่องดื่มในประเทศของ OSP ช่วงไตรมาส 2/62 เติบโต 7.3% ยอดขาย Personal Care ช่วงไตรมาส 2/62 เติบโตสูงมากถึง 23.7% ทำให้ยอดขายรวมเครื่องดื่มในครึ่งปีหลังปี 2562 เติบโต 5.6% เมื่อเทียบจากปีก่อน สวนทางภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งสองประเภท สาเหตุสำคัญมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นการ Turnaround ที่ชัดเจนของ 3 แบรนด์หลัก คือ ฉลาม, Babi Mind, และ Twelve Plus การใช้กลยุทธ์ “Fit Fast Firm” เริ่มเห็นผลลัพธ์เด่นชัดตั้งแต่ไตรมาส 2/62 และคาดว่าจะทำให้ยอดขายของ OSP เติบโตโดดเด่นต่อไปในครึ่งปีหลังปี 2562

ส่วนการเติบโตในต่างประเทศน่าจับตามองปัจจุบัน OSP มีสัดส่วนการขายในประเทศ 84% และต่างประเทศ 16% ซึ่งในต่างประเทศนั้นเน้นหนักไปที่ประเทศเมียนมา 68% ของยอดขายในส่วนต่างประเทศ ซึ่งในสิ้นปี 2562 นี้ OSP จะเปิดโรงงานผลิตในประเทศเมียนมาที่นิคมอุตสาหกรรมติลาวา เมืองย่างกุ้ง คาดว่าจะทำให้รุกยอดขายได้ดีขึ้น นอกจากนี้ OSP ยังได้ Agent ที่แข็งแกร่งในเวียดนาม เตรียมรุกตลาดเวียดนามในไตรมาส 4/62 นี้ด้วย

หุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง...กลับเข้าสู่โหมดการเติบโตรอบใหม่ ขบวนสายนี้น่าจะยาวววว

>>กดติดตาม LINE@Share2Trade ได้ที่นี่<<

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-10-22 13:37:20
  • 1109