เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-03-12 11:42:03
  • 5097

ชำแหละ "วินด์ เอ็นเนอร์ยี่"

ชำแหละ "วินด์ เอ็นเนอร์ยี่"..ยิ่งกว่าซับซ้อนซ่อนเงื่อน!

โดย...Victor


อยู่ดีๆ "ปู่เกษม ณรงค์เดช" มีหนี้ 3 หมื่นล้านบาท ที่จะต้องจ่ายให้ "เจ้าหนี้ฮ่องกง" พอถอดรายละเอียด กลับสืบ สวนพบว่า มีการอ้างว่ามีการปลอมลายมือ คุณปู่ โอนหุ้น WEH หรือ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ไปให้ "แม่ยาย และณพ ณรงค์เดช" โดยตัวเดินเรื่องทั้งหมดคือ "ณพ ณรงค์เดช" ลูกชายตัวจี๊ดของ คุณปู่ นั่นเอง!

 

เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร? คุณปู่ จะต้องใช้หนี้ 3 หมื่นล้าน หรือไม่? ในขณะที่มี "เงื่อนเวลาจำกัด" คือ อายุคุณปู่ปาเข้าไป 83 ปี แล้ว!  หรือว่า 3 บริษัทยักษ์ ใน ฮ่องกง จะเสียรู้ เสียหุ้นฟรี ให้กับ "นิติกรรม" แปลกๆ ที่ยังเป็นคดีอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้?


วุ่นวายจนแทบจับต้นชนปลายกันไม่ถูกเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH)  เรื่องของเรื่องก็คือ "ณพ ณรงค์เดช" ไปซื้อหุ้น WEH มาจาก 3 บริษัทใหญ่ใน ฮ่องกง คือ บริษัทซิมโฟนี่ พาร์เนอร์ (เอสพีแอล) บริษัทเน็กซ์โกลบอล อินเวสเมนท์ (เอ็นจีไอ) และ บริษัทไดนามิค ลิ้งค์ เวนเจอร์ (ดีแอลวี) โดยเข้าไปถือหุ้น WEH ในนาม บริษัทฟุลเลอร์ตัน เบย์ อินเวสเม้นท์ ลิมิเต็ด และ บริษัท เคพีเอ็นเอนเนอยี่โฮลดิ้ง จำกัด หรือ เคพีเอ็น อีเอช ต่อมามีปัญหาชำระค่าหุ้นไม่ครบถ้วน โดยผู้ฟ้องร้องบอกว่าได้รับความเสียหายเป็นเงิน 876.52 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 2.97 หมื่นล้านบาท


ที่แปลกมากๆ ก็คือ ต่อมาได้มีการโอนหุ้นทั้งหมดมาเป็นของ บริษัท Golden Music Limited ในฮ่องกง โดยมี "เกษม ณรงค์เดช" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ต่อมา เดือน มิ.ย.2560 ชื่อของ ปู่เกษม ได้ถูกถอดออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และปรากฏชื่อ "คุณหญิงก่อแก้ว บุณยะจินดา"  แม่ยายของ "ณพ ณรงค์เดช" เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน โดยอ้างเอกสารสัญญาแต่งตั้งตัวแทนระหว่างคุณหญิงก่อแก้วกับ นายเกษม ที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2559 มี นายณพ ลงนามเป็นพยาน หลังจากนั้น "ปู่เกษม" ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ นายณพ และคุณหญิงก่อแก้ว บุญยะจินดา ใช้เอกสารปลอมในการโอนหุ้น โดย "ปู่เกษม" ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ลายเซ็นไม่ใช่ของตนเอง เป็นเอกสารปลอมที่ทำขึ้นทั้งหมด ซึ่ง "ศาลยกฟ้อง" ปู่เกษม แพ้คดี! กำลังจะอุทธรณ์คำสั่งศาลต่อไป!


ทีนี้ก็ต้องมาดูว่า อนาคตของ WEH จะไปทางไหน "เจ้าหนี้" จะได้เงินคืนหรือเปล่า แล้วใครจะต้องจ่ายเงินชำระหนี้ให้กับ 3 บริษัทใน ฮ่องกง และใครเป็น "ผู้เดือดร้อน" มากที่สุดในกรณีนี้ ปรากฏว่า คนที่ "ออกมาเต้น" มากที่สุดก็คือ SCB ที่ปล่อยกู้ให้กับ WEH เป็นเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท บางกระแสข่าวว่าอาจบานปลายไปถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถ้า WEH ไม่สามารถจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้ และมีรายได้ไม่เพียงพอชำระหนี้ ฐานะของ SCB อาจจะทรุดฮวบลงแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะวงเงินปล่อยกู้สูงมาก แถมปล่อยกู้รายเดียวซะด้วย!


ความที่ SCB กลัว "หนี้สูญ" ก็เลยต้องทำตัวเป็น "เจ้าภาพ" เข้ามาแก้ไขปัญหา และที่เป็นข่าวออกมาก็คือ มีการไปดิวกับ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF)  เข้ามาซื้อหุ้น WEH โดย SCB ได้ยื่นข้อเสนอต่อ "สารัชถ์ รัตนาวะดี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF เข้ามาซื้อหุ้น และมีข่าวว่า นายสารัชถ์ ได้เดินทางไปคุยกับเจ้าหนี้ทั้ง 3 ราย ที่เกาะฮ่องกง แต่ไม่รู้ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นประการใด?


มองตาม "ข้อกฎหมาย" ตอนนี้ จริงๆ ผู้ที่ต้องใช้หนี้ให้กับ เจ้าหนี้ฮ่องกง ก็คือ "ปู่เกษม" ซึ่งดูท่าทีของคุณปู่ คงไม่จ่ายหนี้อย่างแน่นอน เพราะมีการฟ้องร้องลูกชายตนเอง กับแม่ยาย ในเรื่องการปลอมเอกสาร น่าจะยื้อการชำระหนี้ เกือบ 3 หมื่นล้าน ไปได้อีกนาน... อีกทั้ง คุณปู่ อายุ 80 กว่าปีแล้ว...คดีหรืออายุ ใครจะจบก่อน ยังคงเป็นปริศนา!


ตัดฉากมาเข้าถึงเรื่องราวในประเทศ ต้องตามไปดูว่า ธุรกิจของ WEH ตอนนี้เป็นอย่างไร จะปั่นไฟมาใช้หนี้ SCB ได้หรือไม่?


ข่าวล่าสุด "ณพ ณรงค์เดช" ในฐานะ CEO ของ WEH เพิ่งแถลงข่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "ปัจจุบันโรงไฟฟ้าของบริษัทได้ COD ไปแล้ว 537 เมกะวัตต์ และเมื่อทุกโครงการเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงต้นปี 2562 ทาง WEH จะมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากทุ่งกังหันลมในไทย รวมทั้งสิ้นจำนวน 717 เมกะวัตต์ ขึ้นมาเป็นผู้พัฒนาและดำเนินงานด้านกระแสไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้น เรายังมีแผนขยายธุรกิจพลังงานทดแทนสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น"  ถ้าเป็นตามที่ "ณพ" แถลงข่าว ก็ถือว่า WEH พอมีอนาคตเหมือนกัน เพราะถ้า COD ได้ 717 เมกะวัตต์ ตามที่


แถลงข่าวจริง ก็ถือว่า แซงหน้า EA ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย ที่ประกาศว่า Q4 จะสามารถ COD ทั้งโซลาร์ฟาร์ม และวินด์ฟาร์ม รวมทั้งหมด 664 เมกะวัตต์ 


สรุป WEH จะใหญ่กว่า EA ซะอีก! เอาเป็นว่า WEH ถือว่าเป็นหุ้น IPO ที่ยังมีอนาคต และ SCB น่าจะเคลียร์ปัญหาได้ เพราะบริษัทมีทรัพย์สินที่สามารถทำเงินได้ เรียกว่า "มีของ" ไม่ใช่เป็นแค่ WIND หรือกลายเป็น "สายลม" แบบที่เคยวิเคราะห์กันมาก่อนหน้านี้...


มองตาม STORY ถ้าว่ากันตามกฎหมายจริงๆ WEH จะสามารถทำธุรกิจได้ต่อไป โดยที่ "ไม่ต้องใช้หนี้" เจ้าหนี้ฮ่องกง เพราะคนที่ทำ "นิติกรรม" กับ "เจ้าหนี้" ตัวจริง คือ "ปู่เกษม" เจ้าหนี้จึงทำได้แค่ฟ้องร้อง "ปู่เกษม" แต่เพียงผู้เดียว เพราะหุ้นถูกโอนไปยัง "แม่ยาย" และ "ณพ" หมดแล้ว!

กว่าเจ้าหนี้จะสามารถ "ไล่เบี้ย" เอาหุ้นคืนจาก "ณพ และ แม่ยาย" จะต้องผ่านด่าน "ปู่ณรงค์" คือชนะคดีให้ได้เสียก่อน และสามารถพิสูจน์ได้ว่า การโอนหุ้นระหว่าง ปู่เกษม กับ ณพ และแม่ยาย เป็น "นิติกรรมอำพราง" จึงสามารถได้หุ้นกลับคืนมาถือครองดังเดิม...


ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ถือว่า "3 เจ้าหนี้ฮ่องกง" เสียรู้ และเสียหุ้นไปฟรีๆ เพราะไม่รู้ว่าคดีจะสู้กันยืดยาวขนาดไหน เนื่องจากมี "เงื่อนเวลา" อันจำกัด คือ "อายุคุณปู่" ถ้าไม่มีปู่ซะแล้ว จะไปเรียกร้องเอากับใคร? มึนตึ้บ! มั๊ยล่ะท่านผู้ชม!

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-03-12 11:42:03
  • 5097

ผู้สนับสนุน