เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-09-28 09:30:01
  • 2489

ECF เจ้าแห่งสตอรี่ (เมาหมัด)

ECF เจ้าแห่งสตอรี่ (เมาหมัด)

By…โรนิน


 

บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์จากไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดและไม้ยางพารา กระดาษปิดผิว ไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้ง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ การจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราที่บริษัทเป็นผู้ผลิต และเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงที่สั่งซื้อจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และให้บริการตัดแผ่นปิดขอบไม้ (พีวีซี) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ด

ที่พลิกผันตัวเองเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ผ่านบริษัทย่อย เพื่อขยายฐานรายได้ และกระจายความเสี่ยง

...รอบนี้มาใหม่ พร้อมกับ “สตอรี่” (ใหม่)

แตกไลน์ธุรกิจเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท เคพีเอ็น อะคาเดมี จำกัด (KPNA) ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 57.52 ของหุ้นสามัญทั้งหมดของ KPNA ด้วยวิธีการแลกหุ้นสามัญ (Share Swap) คิดเป็นมูลค่ารวมการลงทุนไม่น้อยกว่า 460.18 ล้านบาท

ทั้งนี้ KPN Music คือโรงเรียนสอนดนตรีสากลทุกประเภท รวมถึงบัลเล่ต์และแดนซ์ เป็นแบรนด์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการกว่า 48 สาขา ทั่วประเทศ สำหรับ KPN Chinese โรงเรียนสอนภาษาจีน ปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการรวม 7 สาขา

โดยคาดว่าการเข้าลงทุนจะแล้วเสร็จภายในไม่เกินเดือนมกราคม ปี 2563 นี้...

สตอรี่ใหม่ของ ECF ในครั้งนี้ ถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง...เพราะตัวละครใหม่ ที่เข้ามาถือหุ้นใน ECF ผ่านการสวอปหุ้น โดย ECF จะเข้าไปถือ KPNA ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 57.52 ของหุ้นสามัญทั้งหมดของ KPNA เป็น  “ณพ ณรงค์เดช” ที่ในอนาคตหลังการสวอปหุ้นเสร็จ ในช่วงต้นปีหน้า จะเข้ามาถือหุ้น ECF ในสัดส่วนประมาณ 15% 

และอย่างที่รู้ “ณพ ณรงค์เดช” มีความพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะ “ปลดล็อก” ปัญหา การนำ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (WEH) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ได้ 

คงต้องติดตามกันตอนต่อไปว่า...การเข้ามาถือหุ้น ECF ในสัดส่วนประมาณ 15% ของ “ณพ ณรงค์เดช” จะเป็นการทอดสะพานสู่อาณาจักร WEH หรือไม่

เพราะ WEH ถือเป็นโรงไฟฟ้าวินด์ฟาร์มรายใหญ่ของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้งหมด 8 โครงการ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาต่อเนื่องถึงจังหวัดชัยภูมิ ขนาดพื้นที่ประมาณ 850 ตารางกิโลเมตร หรือ 3 เท่าของประเทศสิงคโปร์ เป็นฟาร์มกังหันต่อกันเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉลี่ยใต้ รวมทั้งหมาด 250 ต้น และมีกังหันบนพื้นดินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใบพัดเทียบเท่ากับขนาดเครื่องบิน A380 สูง 225 เมตร กำลังการผลิตรวม 717 เมกะวัตต์ รายได้เฉลี่ยต่อปีกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิคาดว่าไม่น้อยกว่า 6 พันล้านบาท/ปี

...ย้อนรอย... ECF เจ้าแห่งสตอรี่ ที่แทบทุกปีจะมีข่าว ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น ECF วิ่งแรงงงงงงงงงง...และเร็ว  เพราะเกิดจากความคาดหวังโปรเจคใหม่ ที่มีการเปิดประเด็นออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล โซลาร์ฟาร์มทั้งในและต่างประเทศ การขยายไลน์ธุรกิจไอที 

และในปัจจุบัน ECF มีเพียงโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ขนาดกำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ ที่ COD แล้ว

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 220 MW  มินบู ประเทศเมียนมา โปรเจคยักษ์ใหญ่ของเมียนมา มูลค่าหมื่นล้านบาท ที่ร่วมลงทุนผ่านการถือหุ้นในสัดส่วน 20%, บมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) ถือหุ้น 12%, บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN) 30% และ Noble Planet หรือ NP สัญชาติสิงคโปร์ถือหุ้น 38%  

เริ่มต้นไปแล้วสำหรับเฟส 1 ขนาด 50 MW คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/62 นี้ ซึ่งหากเป็นไปตามคาด ECF จะเริ่มรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้น 20% ของเฟสแรก 

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า 3 พันธมิตร ECF , META และ SCN จะสามารถล้างอาถรรพ์มินบู ได้หรือไม่ เพราะโปรเจคนี้...รอคอยมานานแสนนาน

...ที่ผ่านมา ECF ถ้าเปรียบเป็นนักมวย ก็คงไม่ต่างจากนักมวยที่อยู่อาการ “เมาหมัด” หลังจากสร้างความหวังให้กับผู้ชม จากสตอรี่โรงไฟฟ้า ทำให้ราคาหุ้นของ ECF ทะยานต่อเนื่อง 

ในปี 2560 ราคาทะลุ 7 บาท ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai 

และในปี 2561 สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 9.20 บาท

ก่อนราคาหุ้น ECF จะตก “สวรรค์” หลังมีข่าวพัวพัน “กลุ่มลงทุน Super Trader” ของนักลงทุนรุ่นใหม่ “กระทรวง” ในช่วงเดือนเม.ย.2562 กดดันราคารูดเกือบหลุด 2 บาท ทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯที่ 2.10 บาท 

...ขณะที่สตอรี่ใหม่ ขยายไลน์ธุรกิจสู่ธุรกิจไอที ผ่านการร่วมลงทุน บริษัท เอสเทรค (ประเทศไทย) จำกัด  (S-TREK) ก็พับแผนลงทุนชั่วคราว 

และการเข้าไปเล่นกับ “เผือกร้อน” อย่างการเข้าไปลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล ของ บริษัท ทรู เอ็นเนอร์ยี่ เพาเวอร์ ลพบุรี จำกัด (TRUE-P) ของกลุ่ม บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ไอเฟค) โดย ECF วางมัดจำกว่า 50 ล้านบาท ศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล 7.5 MW ในลพบุรี ในต้นปี 2560 จนถึงนาทีนี้ ECF ยังไม่สามารถเข้าลงทุนได้ และดีลนี้ไม่รู้ว่าจะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ 

แม้ ECF จะปิดความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาในรูปแบบเงินกู้ยืมระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน คิดดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี โดยมีหลักประกันคือหุ้นที่ IFEC ถืออยู่ใน บริษัท อิสเตอร์ ฟาร์อีสท์ เทอมอล พาวเวอร์ จำกัด (IFEC-T) จำนวน 5 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.3% จำนำ ขณะที่ IFEC-Tถือหุ้นใน TRUE-P จำนวน 99.99% 

สำรวจผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ECF ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559-ครึ่งแรกปี 2562 พบว่า รายได้จากธุรกิจหลักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,427.74 ล้านบาท 1,498.18 ล้านบาท 1,504.79 ล้านบาท และ 694.61  ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิเริ่มมีความผันผวน อยู่ที่ 62.44 ล้านบาท 73.05 ล้านบาท 33.76 ล้านบาท และ 13.78 ล้านบาท  ตามลำดับ 

ทั้งราคาหุ้นที่ต่ำเตี้ยลงมากๆๆๆๆ... ผลประกอบการทีมีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้ ECF ต้องเร่งขยายธุรกิจ เพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ และกระจายความเสี่ยงธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างกับนักมวยที่กำลังเมาหมัด เพื่อไปสู่เป้าหมายรายได้เติบโตทะลุ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2566 จากปัจจุบันที่รายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท/ปี  

จะเป็นไปได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์


  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-09-28 09:30:01
  • 2489

ผู้สนับสนุน