เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-03-13 12:41:37
  • 1451

หาจังหวะเก็บ TOP

ช่วงรอลุ้นเลือกตั้ง..หาจังหวะเก็บ TOP

By...Victor

ช่วงนี้มีเพื่อนมาถาม จะซื้อหุ้นได้หรือยัง? ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะว่ากันตามจริง หุ้นในกระดานพื้นฐานดีราคาถูกมีเยอะ แต่ตลาดบ้านเรา ต่อให้หุ้นพื้นฐานดีขนาดไหน แต่ไม่มี "เจ้าภาพ" โอกาสที่หุ้นพื้นฐานดีจะวิ่งขึ้นยาวๆ เป็นไปได้ยาก จะขึ้นได้ก็แค่ช่วงเดียวคือ Fund flow ไหลเข้ามาเท่านั้น!


ยิ่งบรรยากาศดารลงทุนโดยรวมไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่ เพราะเราอยู่ในช่วง "เลือกตั้ง" การเมืองร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่า นักลงทุนแทบทุกกลุ่มจะชะลอการลงทุน รอลุ้นผลการเลือกตั้งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ใครจะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งไม่มีใครทำนายถูก เมื่อ "ความไม่แน่นอน" ยังมีอยู่สูงแบบนี้ การจะทุ่ม "แทงสุดตัว" จึงเป็นไปไม่ได้ สู้ไปเล่นตอนรู้ผล หรือมี "อินไซด์" ใกล้ๆ ประกาศรัฐบาล น่าจะมันส์กว่า

อีกทั้งปัจจัยต่างประเทศก็ไม่ค่อยดี จีน ที่ว่าแน่ๆ ก็เริ่มยุบ ส่งออกติดลบค่อนข้่างน่ากลัว เดือนที่แล้ว -20% เห็นตัวเลขแล้วมึนเหมือนกัน ยุโรปไม่ต้องหวังเลย GDP ปีนี้ถูกปรับเป้าขยายตัวแค่ 1.1% จะให้เศรษฐกิจบูมก็คงลำบาก 

ดังนั้นการเล่นช่วงนี้ จะสังเกตุได้ว่า "วอลุ่ม" ลดลง และเทรดกันแแบรายวัน ตามการขึ้นลงของ "ดาว" ซะมากกว่า และถ้าดูทิศทางตลาด ดัชนีมีโอกาสหลุด 1,600 จุด ได้อีกรอบ พวก "เซียน" เขามองจังหวะรับต่ำกว่า 1,600 จุด กันทั้งนั้น รอรู้ผลรัฐบาลอย่างเป็นทางการถ้าออกมาดีก็จะมีวิ่งกันอีกรอบ

เพื่อนถามว่า ถ้าจะช้อนควรเอากลุ่มไหนดี ผมมองแล้ว กลุ่มที่น่าจะมาแรงได้ในช่วง Q2 นี้ น่าจะพวก "โรงกลั่น" เพราะค่าการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ล่าสุดค่าการกลั่น ณ โรงกลั่นสิงคโปร์ อยู่ที่ระดับ 4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบกับช่วงต้นปีอยู่ที่ระดับ 1.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถ้า "ค่ากลั่น" ทรงตัวอยู่ในระดับนี้ต่อไป ผลประกอบการ Q1 หุ้นโรงกลั่น น่าจะออกมาสวย...

เอาตัวเจ๋งๆ เลยในกลุ่มนี้ มอง TOP นะ แม้หุ้นจะไม่หวือหวา แต่เวลาเข้าลู่วิ่ง ก็ยาวเอาเรื่อง ด้านผลประกอบการก็ "ไม่ขี้เหร่" แถมเป็นหุ้นปันผลสม่ำเสมอสูงกว่า 5% ตัวท็อปของหุ้นปันผลมาตลอด แถมราคาตอนนี้ก็ย่อลงมาให้ซื้อ เริ่มหลุด 70 บาท ดูจังหวะดีๆ ค่อยๆ ทะยอยเก็บ เมื่อถึงรอบ "หุ้นน้ำมัน" ก็น่าจะทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ!

นอกจาก "ค่ากลั่น" จะปรับเพิ่มแรงแล้ว TOP ยังกำลังขยายฐานธุรกิจไปที่ "ปิโตรเคมี" เพิ่มอีกด้วย เข้าใจว่าคงขยับตัวรับมือกระแสรถ EV ที่จะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันลดลงในอนาคต โดยลงทุนในโครงการ CFP จะทำให้บริษัทสามารถนำ "น้ำมันเตา" ทั้งหมดไปผลิตเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าได้ 

นอกจากนั้น โครงการ CFP จะให้ผลิตภัณฑ์บางส่วน ที่เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต "ปิโตรเคมี" ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทขยายการลงทุนในโครงการปิโตรเคมีได้ในอนาคต โดยที่บริษัทไม่ต้องเพิ่ทุน...ตรงนี้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมี "นัยสำคัญ" สำหรับ TOP เลยทีเดียว

ในบรรยากาศที่รอลุ้นเลือกตั้งแบบนี้ ถ้า TOP ย่อลงมาเยอะๆ ก็น่าสวน "อธิคม เติบศิริ" CEO ของ TOP บอกว่า ปีนี้ Capacity ของโรงกลั่น เกิดขึ้นน้อยกว่าความต้องการน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้คาดการณ์ว่า "ราคาน้ำมันสำเร็จรูป" ปีนี้น่าจะแรงกว่าปีก่อน...รวมไปถึงราคา TOP ด้วยรึเปล่

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-03-13 12:41:37
  • 1451

ผู้สนับสนุน