เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-06-24 11:45:12
  • 1730

ปลด SP ชั่วคราว ปล่อยผี หรือ..ปลุกผี

The Dark News

By...เฮียขาว วินสีลม


ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะเปิดให้ซื้อขายเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2562 จำนวน 16 บริษัท โดยทั้ง 16 หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่ขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) ต่อเนื่องมานานเกินกว่า 3 เดือนและยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์นับตั้งแต่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP โดยมีข้อกำหนดในการซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเอาไว้...

เรื่องของการเปิดขายหลักทรัพย์ที่ติดเครื่องหมาย SP มานานกว่า 3 เดือนเหล่านี้สามารถตีความออกไปได้หลายประเดน

ถ้าสำหรับบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงการดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดให้เป็นไปตามข้อกำหนด และยังมีโอกาสจะกลับเข้ามาซื้อขายใหม่

สำหรับกรณีนี้จะมองว่าตลาดหลักทรัพย์ฯต้องการช่วยหาทางออกให้โดยการเปิดโอกาสให้นักลงทุนขายหุ้นและไม่ต้องติดหุ้นนานๆ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี...

แต่ถ้ามีนักลงทุนเชื่อและคิดว่าการ "ปล่อยผีชั่วคราว" ในครั้งนี้คือหนึ่งในขั้นตอนก่อน "การเพิกถอนบริษัทที่ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ" นี่มันก็จะกลายเป็นการ "ปล่อยผี" ชั่วคราว "ก่อนที่จะจับผีลงหม้อเอาไปถ่วงน้ำ" เป็นการถาวร...

ถ้าแค่ความคิดเริ่มต้นก็ออกมานี้แล้ว "หุ้นที่ไม่มีอนาคต" เหล่านี้จะขายให้ใคร"

อย่าลืมว่าของจะขายได้มันต้องมีคนซื้อ...

เช่นกัน..หลักทรัพย์ของบริษัทที่มีปัญหาเหล่านี้ถ้าจะเปลี่ยนมือไปอยู่กับนักลงทุนรายใหม่ ผู้สร้างกติกาและผู้ควบคุมกลไกการซื้อขายอย่างตลาดฯก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนรายใหม่ ว่าลงทุนไปแล้วจะได้ประโยชน์..

ถ้าไม่มั่นใจว่าลงทุนไปแล้วจะได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกลับมา..แล้วใครมันจะมาลงทุน!

และถ้าหลักทรัพย์ของบริษัทที่จะเอามาเปิดขายชั่วคราวในช่วงวันที่ 1-31 กรกฎาคม สร้างความมั่นใจว่าคุ้มที่จะเสี่ยงไม่ได้ แล้วใครมันจะมาลงทุน!

ถ้าไม่มีคนซื้อ...แล้วจะขายให้ใคร

หรือถ้ามีคนซื้อ...จะซื้อที่ราคาเท่าไหร่ ราคาหุ้นจะถูกกดลงไปมากขนาดไหน ประมาณว่า ได้เงินเท่าไหร่ก็เอา..ขอให้ได้เงินสดคืนกลับมาบ้างเท่านั่น..

ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดที่ว่าต้องการปลด SP เพื่อ "ปล่อยผี" ช่วยให้นักลงทุนรายใหญ่รายย่อยมีทางออก..ประมาณว่าไม่ต้องติดหุ้นนานๆ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดแบบแอบๆ ที่นักลงทุนหลายคนแอบคิดว่าตลาดฯจะจับผีไป "ถ่วงน้ำ" กันไปแบทบจะทั้งตลาดฯ

ทั้งสองเรื่องที่ว่านี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้นักลงทุนหลายคนพร้อมที่จะหนีตายออกจากการติดหุ้น และพร้อมที่จะขายขาดทุนทุกราคาเพื่อเปลี่ยนหุ้นเป็นเงินสดประมาณว่า "ถึงได้น้อยๆแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้"

และยิ่งกติกากำหนดไว้ว่า "การซื้อขายแบบไม่กำหนดเพดานในวันแรกของการซื้อขาย" เรื่องนี้มันจะทำให้ราคาหุ้นของหลายๆบริษัทจะโดนกดกันแทบจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอยู่หนักอยู่แล้ว..

ยังไม่ต้องไปพูดถึงการซื้อขายหุ้นด้วยการซื้อขายหุ้นแบบ "บัญชีเงินสด (Cash Balance)" ที่กำหนดเอาไว้ เพราะในปัจจุบันการซื้อขายแบบ "บัญชีเงินสด" มันแทบจะไม่ได้ช่วยนักลงทุน "กลุ่มนักลงทุนรายย่อย" เลย..ดูอย่างหุ้นที่ "ติดแคช" หลายตัวก็ยังลากราคากันอย่างสนุกสนานในปัจจุบันเป็นต้น...

ไม่ต้องคิดถึงโอกาสที่จะเกิด "ภาวะหุ้นล้นความต้องการแบบปลอมๆ (Over Demand)" โดยภาวะ "Over Demand" ที่ว่าอาจจะการที่ใครสักคนสร้างขึ้นมาเพื่อจะได้ซื้อหุ้นถูกๆกว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นนั่นๆ

และถ้าเกิดการกดราคาหุ้นแบบที่ว่านั้นขึ้นมาจริงๆ คนที่ซวย..ก็ยังเป็นนักลงทุนรายย่อยอยู่ดี 


สรุป..ตกลงว่านี่คือ "การปล่อยผีชั่วคราว" สำหรับบริษัทที่มีปัญหา หรือว่าเป็น "ปลุกผี" ตัวใหม่ขึ้นมาหลอกนักลงทุนรายย่อยกันแน่ เพราะตราบใดที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีความชัดเจนว่านอกจากจะช่วยให้ "คนติดดอย" ได้ลงจากดอยโดยไม่การันตีสภาพ..นอกจากนั้นอะไรคือข้อดีของการปลด SP ชั่วคราวในครั้งนี้ก็ไม่มีใครรู้เพราะขาดการชี้แจง

สิ่งที่นักลงทุนรายย่อยทำได้ก็แค่คาดเดามั่วๆก็เท่านั่นเอง



ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะเปิดให้ซื้อขายเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2562 จำนวน 16 บริษัท ประกอบไปด้วย 

บมจ.แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป (A5), บมจ.บลิส-เทล (BLISS), บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI), บมจ.ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) หรือ CHUO, บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH), บมจ.จี สตีล (GSTEL), บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC), บมจ.เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC), บมจ.เคเทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) 

บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC), บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG), บมจ.โพลาริส แคปปิตัล (POLAR), บมจ.โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) หรือ PRO, บมจ.ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง (STHAI), บมจ.ทรีซิกตี้ไฟว์ (TSF) และ บมจ.วีรีเทล (WR)

  • ผู้โพสต์ kaweephol
  • 2019-06-24 11:45:12
  • 1730

ผู้สนับสนุน