เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-06-15 10:52:26
  • 1991

หรือว่า สหรัฐ-อิหร่าน ล้วนแต่เป็น “แพะ”

The Dark News

By…เฮียขาว วินสีลม


กรณีที่เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่โดนโจมตีในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน..เรื่องนี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ WIT ปรับราคาสูงขึ้นมาทันที 2% 

แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือการโจมตีครั้งนี้ไม่มีที่มาที่ไป จับมือใครดมไม่ได้ และทุกอย่างก็จะจางหายไปเหมือนการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมานั้นเอง...

มีเพียงแค่ข้อกล่าวหาจากทาง "สหรัฐอเมริกา" ที่ระบุว่า "อิหร่าน" คือผู้อยู่เบื้องหลังเรือระเบิดทั้งสองครั้ง

ขณะที่อิหร่านก็ยืนกรานปฏิเสธมาตลอดว่า "ไม่ส่วนเกี่ยวข้อง" กับทั้งสองเหตุการณ์แต่อย่างใด...


สรุปคือยังจับมือใครดมไม่ได้อยู่ดี

แต่หากจะวิเคราะห์ไปถึงสาเหตุของการโจมตีทั้งสองครั้งก็อาจสามารถแยกออกมาได้หลายมุมมอง...

ถ้ามองในมุมของอเมริกาซึ่งเป็นผู้กล่าวหาว่าอิหร่านเป็นคนทำ สหรัฐอเมริกาก็จะบอกว่าเป็นเพราะอิหร่านมีความต้องการจะควบคุมช่องแคบฮอร์มุชเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรเศรษฐกิจและการค้าน้ำมันจากสหรัฐ แล้วก็ยังเป็นการส่งสัญญาณออกมาว่าอิหร่านแข๊งแกร่งและไม่กลัวแรงกดดันจากใคร


แต่ในความเป็นจริงเมื่อ อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ...มันเป็นไปได้ที่อิหร่านต้องการแสดงออกว่าอเมริกาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาควบคุมอิหร่าน 

แต่เอาเข้าจริงๆอิหร่านก็ยังไม่น่าจะกล้าทำการโจมตีที่ไร้เหตุผลแบบนี้ ถ้าทำไปอิหร่านเองจะมีแต่ผลเสียมากกว่าได้..

เสียแรก..เสียเครดิตและความเชื่อมั่นที่ประเทศที่ยังคบค้าและยังให้การปกป้องอิหร่านอย่างจีนและรัสเซีย

เสียที่สอง..เสียความชอบธรรมที่จะปฏิเสธว่าอิหร่านไม่ใช้ผู้ร้ายของโลกตามที่สหรัฐอเมริกากล่าวหา

เสียที่สาม..เสียโอกาสที่จะยื้อเวลาในการต่อรองเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีจากขาใหญ่ที่กำลังออกอาการคัน..คันไม้คันมืออยากจะจัดหนักอิหร่านซะเต็มแก่


แต่ถ้าจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมีพี่ใหญ่อเมริกาอยู่เบื้องหลังมันก็ดูเหมือนจะ "ไม่ยุติธรรมกับสหรัฐอเมริกา" เกินไป..

ถึงวันนี้ สำหรับพี่ใหญ่อเมริกาเสียรังวัดไปเยอะแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ สงครามปราบกบฎที่ซีเรีย แล้วก็มาที่สงครามเศรษฐกิจกับมังกรจีน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่ๆที่สหรัฐอเมริกายังจบเกมไม่ได้..

และที่บอกว่าไม่ยุติธรรม นั้นก็เป็นเพราะว่าถ้าหากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ..ยังไงซะสหรัฐอเมริกาก็มีโอกาสชนะสงคราม

และถ้าชนะก็จะถือสิทธิ์ในการเข้าไปจัดการทรัพยากรในประเทศของอิหร่าน..หรือมันก็คือเข้าไปฮุบเอาบ่อน้ำมันของอิหร่านนั้นหละ..

แต่ถึงแม้ว่าอเมริกาจะได้ครองบ่อน้ำมันและทรัพยากรของอิหร่านมันก็ "เสี่ยง" กับการที่สหรัฐจะต้องแลกกับความสูญเสียอีกไม่น้อย หรือไม่อาจจะยอมรับได้.. 

ถึงวันนั้น...อเมริกาอาจจะได้ไม่คุ้นเสีย...


วันนี้ "อิหร่านก็ไม่ใช่หมู" ที่จะให้ใครเคี้ยวได้ง่ายๆเหมือนอิรัก และวันนี้อิหร่านมีทั้ง รัสเซีย จีน และตุรกี ที่ประกาศว่าจะสนับสนุนและค่อยเป็นพวก


ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ นั้นคือถึงแม้ว่าจะไม่ต้องสงครามเพื่อยึดครองประเทศอิหร่านแต่สหรัฐอเมริกาก็ยังได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนราคาสูงๆอยู่ดี เพราะทุกวันนี้สหรัฐก็มีรายได้ Shale Oil (น้ำมันจากหินดินดาน) อยู่แล้ว 

สรุปแล้วสำหรับอเมริกา ต้องการเล่นเกม "แมวกับหนู ตบหลอกตบเขี่ย" "บีบไปเรี่อยๆ..แต่ไม่เอาให้ตาย" ซึ่งมันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการที่จะแตกหักกับอิหร่าน

ดังนั้นคำถามจึงวนมาที่ว่า "ใคร" ใครคือ "มือมืด" ที่อาศัยเรื่องความขัดแย้งของ อเมริกา-อิหร่าน เพื่อป่วนช่องแคบฮอร์มุชอยู่ในทุกวันนี้


อย่าลืมว่าถ้าที่ตะวันออกกลางมีความตึงเครียดไปเรื่อยๆแบบนี้ก็จะทำให้ "ราคาน้ำมันดิบมีราคาสูง" ไปเรื่อยๆ

ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันดิบมีราคาสูงไปนานๆ ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลกต่างก็จะได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นโอเปค รัสเซีย และอเมริกา (ยกเว้นเวเนซุเอลลากับอิหร่าน) 

หรือถ้าหากว่าจะมีการเสี้ยมให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนในสุดท้ายถึงขั้นที่สหรัฐอเมริกาต้องทำสงครามกับอิหร่านขึ้นมาจริงๆ ซึ่งมันจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็จะวิ่งสูงขึ้นไปเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล 

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบป้อนตลาดโลกก็ยังจะได้เก็บเกี่ยวประโยชน์กันไปเต็มๆ

ถ้าเกิดสงครามขึ้นมากอาจจะแบ่งผู้ที่ได้หรือเสียประโยชน์ออกมาได้ดังนี้

- สหรัฐอเมริกา ได้ครอบครองแหล่งทรัพยากรและสามารถจัดการให้อิหร่านเป็นไปในทิศทางที่สหรัฐต้องการได้

- อิหร่าน รายนี้มีแต่เสียอย่างเดียว..สงครามก็แพ้เพราะสู้ไม่ได้แน่ๆ, ทรัพยากรโดนยึดครองทั้งหมด และระบบโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคของประเทศเสียหายเกินเยียวยาประเทศจะยากจนไปอีกอย่างน้อย 20 ปี

- โอเปค จะได้ขายน้ำมันราคาสูงในช่วงสงคราม และถ้าประเทศไหนช่วยสหรัฐอเมริกาทำสงครามชนะอิหร่านก็จะได้รับรางวัล ประมาณว่าจะได้แบ่งน้ำแกงด้วยนั้นเอง...

- รัสเซีย ตุรกี และจีน ถ้าทั้งสามประเทศให้ความช่วยเหลืออิหร่านก็อาจจะเกิดสงครามย่อยเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ ได้ขายอาวุธ ได้ซื้อของถูกๆจากอิหร่าน และในระหว่างสงครามรัสเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ก็จะได้ขายน้ำมันดิบราคาแพงอีกด้วย


สรุป..ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ อิหร่านจะเสียหายมากที่สุด รองลงมาคือสหรัฐอเมริกาที่ถึงแม้วาหลังจากที่ชนะจะสามารถทำการดูดกลื่นทุกอย่างของอิหร่านเข้าไปได้ทั้งหมด แต่สหรัฐก็ยังจะเกิดความเสียหายอยู่ดี..

แล้วแบบนี้ใครจะเป็นตัวจริงที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆกันแน่ หรือว่าทั้งอิหร่านและสหรัฐต่างก็กำลังเป็นเหยื่อกันแน่!!



  • ผู้โพสต์ kaweephol
  • 2019-06-15 10:52:26
  • 1991

ผู้สนับสนุน