เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-05-07 16:30:00
  • 1365

พฤษภา..อาถรรพ์

พฤษภา..อาถรรพ์ 

By....โรนิน


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...พฤษภาฯอาถรรพ์ Sell in May ยังมีอยู่จริง!!!

ระหว่างวันหยุดยาวช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งความปลื้มปีติของปวงชนชาวไทย

ตลาดหุ้นทั่วโลก “ดำดิ่ง”

โดยเฉพาะ Dow Futures ดิ่งลึกกว่า 515 จุด ในเช้าวันจันทร์ ตามด้วยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตทรุดตัวอย่างหนัก 5%  และฮั่งเส็งฮ่องกงร่วงลงถึง 3%

ท่ามกลางบรรยากาศของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน กลับมา “ปะทุ” รอบใหม่ และ “ส่อเค้า” ทวีความรุนแรงมากขึ้น


ถือเป็นตัวแปรสำคัญกดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลก แล้วในวันอังคาร (7 พ.ค.) ตลาดหุ้นไทย เปิดตลาดจะเป็นอย่างไร ?????

หลัง “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมากดดันให้รัฐบาลปักกิ่งบรรลุข้อตกลงในการเจรจาข้อตกลงการค้า ด้วยการประกาศว่า เขาจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 200,000 ดอลลาร์ จากระดับ 10% เป็น 25% ในวันศุกร์ที่ 10 พ.ค.


อีกทั้งยังเปิดทางถึงความเป็นไปได้ที่จะเก็บภาษี 25% ในสินค้านำเข้าอีก 325,000 ล้านดอลลาร์ที่ไม่ได้ถูกกำหนดในครั้งแรกด้วย

ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบกำลังเพิ่มมากขึ้น การข่มขู่ของทรัมป์อาจทำให้

เกิดผลในทางตรงกันข้าม เพราะจีนจะไม่ยอมเรจาในขณะมีปืนมาจ่อหัวพวกเขาอยู่" ฉั่ว ฮัก บิน นักเศราฐศาสตร์อาวุโส จากศูนย์วิจัย เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ในสิงคโปร์กล่าว 

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม...ทำไมนักลงทุนถึงให้นิยาม Sell in May

จากสถิติ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า ดัชนีในช่วงเดือนพฤษภาคมปรับลงถึง 7 ครั้ง จาก 10 ครั้ง คิดเป็นความน่าจะเป็นถึง 70% โดยมีอัตราการปรับตัวลงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -2.7%

หุ้นที่ปรับตัวลดลง… ได้แก่ กลุ่มพลังงานลดลง 1.5%, กลุ่มปิโตรเคมี ลดลง 1.2% และกลุ่มแบงก์ ลดลง 1.2%

...ส่วนหุ้นที่ปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ เพิ่มขึ้น 3.0%, กลุ่มโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 2.9% และกลุ่มอาหาร เพิ่มขึ้น 2.1%

สำหรับภาพของปี 2562 บล.ไทยพาณิชย์ ประเมินว่า การลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคม ยังคงมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัด  กำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2562 ของตลาดอาจต่ำกว่าคาด 


ขณะที่ราคาน้ำมันก็เริ่มมีโอกาสในการขึ้น ไม่ได้มองเป็นปัจจัยหนุนราคานัก แต่จะทำให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน ยกเลิกมาตรการลดการผลิต จนถึงส่งสัญญาณเพิ่มการผลิต...ส่วนปัจจัยการเมืองก็จะกดดันในระยะสั้น แต่หากการเมืองมีความชัดเจนและได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ อาจจะทำให้ตลาดขึ้นทดสอบ 1,700 จุด 


ตลาดหุ้นไทยจะพักตัวลงก่อน กรอบล่างแนวรับที่ 1,645 และ 1,630 จุด ส่วนกรอบบนคาดถูกจำกัดที่ 1,690-1,700 จุด 

กลยุทธ์เดือนพฤษภาคม “แนะนำ” ใช้การคัดเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่ยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรม (Laggard) หรือมีปัจจัยโดดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะด้านผลการดำเนินงานประกอบด้วย

BBL เนื่องจาก ราคาหุ้น Laggard, Valuation น่าสนใจ, ได้ประโยชน์สูงสุดจากวัฏจักรการลงทุน 

- CHG เนื่องจาก ราคาหุ้น Laggard และคาดมี Upside Risk จาก Positive Surprise กำไรในไตรมาส 1/2562 

- GFPT มีปัจจัยด้านราคาไก่ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงหนุนผลการดำเนินงาน

- TRUE ราคาหุ้น Laggard กลุ่ม ขณะที่ผลประกอบการมีแนวโน้มพลิกกลับมามีกำไร

- TU ราคาวัตถุดิบทูน่าที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงาน

  • ผู้โพสต์ ชิษณุพงศ์
  • 2019-05-07 16:30:00
  • 1365

ผู้สนับสนุน