เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-04-19 11:57:53
  • 1633

DDD เกมล่า...ปลาเล็ก

DDD เกมล่า...ปลาเล็ก

By…เฮียขาว

 

ธันวาคม ปี 60 บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD เข้าตลาดหุ้นด้วยราคา IPO ที่ 53 บาท (ราคาจองสิทธิ์ 53 บาท, P/E = 54 เท่า) และแค่เพียงวันแรกของการซื้อขายราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นไปถึงสูงที่สุดถึง 100 บาท ก่อนที่จะวิ่งไปชนจุดสูงสุดที่ 121 บาท หลังจากที่เข้าตลาดมาได้เพียงเดือนกว่าๆ

 

แต่หลังจากนั้น DDD ก็กลายเป็นหุ้นขาลงมาโดยตลอดโดยไม่มีใครสนใจ จากหุ้นราคา 120 บาทกลับกลายมาเป็นหุ้นราคา 10 บาทกว่า..

 

และนี่อาจจะเป็น “หนังสยองขวัญ” ที่สุดเรื่องหนึ่งในบันทึกของตลาดหุ้นไทยก็น่าจะว่าได้

 

แต่อีกด้าน...การที่ราคาหุ้นของ DDD วิ่งขึ้นมาจากราคา 15 บาท มายืนที่ราคา 33 บาท หรือคิดเป็นอัตราการโตที่มากกว่า 100% ได้ในเวลาแค่เพียงไม่ถึง 3 เดือน นับจากปลายเดือนมกราคม 62 ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาของ DDD เช่นเดียวกัน

 

ถ้ามองกันง่ายๆ การปล่อยให้ราคาหุ้นค่อยๆไหลลงหรือค่อยๆตายลงไปด้วยตัวมันเองอาจจะเป็นเพราะบรรดาผู้ถือหุ้นเดิม (ไม่นับรวมกลุ่มผู้บริหารหรือผู้มีส่วนเสียในนาม) ต้องการเปลี่ยนราคาต้นทุนให้ถูกลง...

 

จากต้นทุนเดิมที่เคยสูงถึง 53 บาท/หุ้น เปลี่ยนมาเป็นต้นทุนที่ถูกกว่าเดิมมากๆด้วยการค่อยๆ “ปล่อยของ” ขายหุ้น DDD ที่มีอยู่ในมือออกมาเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกันก็ไม่เข้าไปรับ..ปล่อยให้หุ้นของ DDD ไหลลงตามยถากรรมโดยไม่มีเจ้าภาพ คือร่วงลงจากราคา 100 บาทกว่าๆ ลงมาถึงราคาหุ้นที่ราคา “สิบบาทกว่าๆ”

 

เมื่อราคาหุ้นของ DDD ลงมาถึงจุดต่ำสุดจนไม่มีทั้งคนซื้อและคนขาย หลังจากนั้นเจ้าภาพใหญ่ถึงเปิดตัวมาคอยตั้งรับที่ราคาหุ้นแถวๆสิบกว่าบาทหละ แบบนี้มันจะเป็นไปได้หรือไม่..???

 

แน่นอนดูเหมือนว่ามันได้เกิดขึ้นมาแล้ว...

อยากรู้ให้ไปดูราคาหุ้น DDD ผ่านทางกราฟเทคนิคดูได้เลย

 

เพราะถ้าสังเกตสักนิดจะเห็นว่าหลังจากที่ราคาหุ้นลงไปแตะราคาต่ำที่สุดที่ 15.10 บาทในช่วงกลางเดือนมกราคม มันก็จะมีการไล่ซื้อ ไล่เก็บของกันอย่างเมามันจนทำให้ดัชนีหุ้นทางเทคนิคในช่วงเวลานั้นมีการขยับตัวอย่างคึกคัก มีทั้ง RSI ที่กระโดดพรวดพราดขึ้นมา ในขณะที่ MACD ก็ยกลอยขึ้นมาเช่นกัน

 

แน่นอนว่าเรื่องนี้ “ผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่รู้..ผู้บริหารบริษัทไม่รู้ และที่ปรึกษาทางการเงินก็ต้องบอกว่าไม่รู้”

ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้...

 

ทุกคนบอกแค่ว่านี่มันคือกลไกของตลาดหลักทรัพย์ ไม่มีเรื่องอื่น..

 

แค่คิดในใจว่าเท่านั้นว่าทุกอย่างเป็นไปตามเกม..

 

และในที่สุด “ความซวย” จึงมาตกที่ “นักลงทุนรายย่อย” ซึ่งถือว่าเป็น “ห่วงโซ่อาหาร” วงสุดท้ายของตลาดหุ้น จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีใครหรือมี “กฎเกณฑ์” อะไรบ้างที่จะออกมาช่วย “รายย่อย” ไม่ให้ต้องกลายเป็นเหยื่อ..

 

ถ้าจะเหลือหรือถ้าจะมี มันก็คงมีแค่สุภาษิตโบราณที่ว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งของตน” เอาไว้เตือนใจเท่านั้นเอง

 

หมายความว่าถ้าพึ่งคนอื่น..หรือถ้ายังหากลไกทางการตลาดที่มันมีความยุติธรรมมากกว่านี้ไม่ได้ จากวันนี้หรือวันต่อๆไปมันก็ต้อง “ตัวใครตัวมัน” เหมือนเดิมนั้นหละครับ

  • ผู้โพสต์ kaweephol2
  • 2019-04-19 11:57:53
  • 1633

ผู้สนับสนุน