PTTGC จับตา 2 ข่าวดี! ลุ้น Q3พลิกกำไร 8.9 พันลบ. เก็งเข้าคำนวณดัชนี MSCI

PTTGC โบรกฯ คาดไตรมาส 3/69 พลิกมีกำไรสุทธิกว่า 8.9 พันล้านบาท ค่าการกลั่น-ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหนุน พร้อมแนะ “เก็งกำไรระยะสั้น” รับข่าวงบไตรมาส 3/69 ออกมาแกร่ง-เข้าดัชนี MSCI Thailand วันที่ 12 พ.ย.
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า PTTGC เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้อานิสงส์เชิงบวกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI, BRENT ปรับตัวขึ้น 3% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะตึงเครียดต่อเนื่องก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย.
ขณะเดียวกันคาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ที่ 6.8 พันล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนในไตรมาส 3/68 ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/69 คาดเติบโตจากช่วงเดียวกัน ต่อเนื่องจาก Spread ปิโตรเคมีที่ทรงตัวในระดับสูง รวมทั้งSupplyจากจีนในอนาคตมีโอกาสลดลงจากการออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยบวกเฉพาะตัว คือ โอกาสเข้า MSCI Thailand ประกาศเช้าวันที่ 12 พ.ย.
สำหรับไตรมาส 3/69 แม้ประเมินว่าผลการดำเนินงานธุรกิจปิโตรเคมี (อะโรมาติกส์ โอเลฟินส์ ปิโตรเคมีขั้นกลาง–ชนิดพิเศษ) จะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนจากแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรมาติกส์ทำให้อัตราผลิตเหลือ 65% ,การทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติของตลาดปิโตรเคมีหลังความขัดแย้งลดลงช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค ทำให้ Spread ลดลง
ดังนั้น ส่งผลให้ประเมินว่ากำไรสุทธิจะทำได้ 8.9 พันล้านบาท ลดลง 27% จากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดี และพลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกัน เนื่องจากธุรกิจการกลั่นยังแข็งแกร่ง คาดค่าการกลั่นทำได้ 15.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย แต่เติบโตสูงจากช่วงเดียวกัน จากอุปทานตึงตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและการไต่ระดับขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก คาดบันทึกกำไรสต็อกน้ำมัน 3.4 พันล้านบาท
ทั้งนี้ แนวโน้มงวด 9 เดือนปี 69 มีโอกาสดีกว่ามุมมองก่อนหน้า เพราะสงครามยืดเยื้อ ความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน และซาอุฯกับกลุ่มฮูตี ทำให้โรงกลั่นหลายแห่งถูกโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปยังอยู่ระดับสูง จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 – 2570 เป็น 3.1 หมื่นล้านบาท และ 1.7 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ, ค่าการกลั่น, ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี, กำไรสต็อกน้ำมัน
แม้คาดธุรกิจการกลั่นจะลดลงไตรมาสก่อน จากการเพิ่มขึ้นต้นทุนน้ำมัน (Crude Premium, ค่าประกันภัย,ค่าขนส่ง) จะทยอยรับรู้เข้ำมาในผลประกอบการ แต่แนวโน้มไตรมาส 4/69 ยังอยู่ระดับดี ประคองตัวจากไตรมาสก่อน และฟื้นตัวจากช่วงเดียวกัน จากการปรับตัวขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมีจากปริมาณวัตถุดิบอีเทนเพิ่มขึ้น และการทยอยรับรู้ราคาขายปิโตรเคมีสูงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. ตามโครงสร้างการขายที่มี Lag-time
นอกจากนี้ ระยะยาวธุรกิจปิโตรเคมียังมีปัจจัยบวกจากโอกาสจัดตั้ง JV ร่วมกับ SCGC ดำเนินธุรกิจโอเลฟินส์ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันระยะยาว เพราะเป็นการรวมจุดเด่นจาก 2 บริษัทไว้ด้วยกันโดยเฉพาะด้านวัตถุดิบและด้านผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยประโยชน์จากการบริหารร่วมกันเป็นอัพไซด์ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ คาดรายละเอียดจะชัดเจนขึ้นภายในเดือนต.ค.
ทั้งนี้ ราคาหุ้นมีปัจจัยผลักดันให้หนุนการเก็งกำไรระยะสั้น ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 57 บาท สะท้อนผลประกอบการ และฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยหุ้นมี ROE และอัตราส่วน IBD/E ดีขึ้นเทียบกับปี 2023 – 2025 ปัจจุบันมีอัพไซด์ 8.1% คงคำแนะนำ “TRADING” ระยะสั้นหุ้นมีปัจจัยหนุนกำรเก็งกำไร
ด้วยทิศทางไตรมาส 3/69 ที่แข็งแกร่ง มีโอกาสเห็น Consensus ปรับเพิ่มประมาณการ, เป็น Gas-based Olefins ได้ประโยชน์จากโอกาสราคาน้ำมันในตลาดโลกเร่งตัวหลังผ่าน Midterm Election เพราะคาดว่าความขัดแข้งสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจรุนแรงขึ้น และโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Thailand คาดประกาศวันที่ 12 พ.ย.
ยอดนิยม
BEM-BTS อัพไซด์กำไรเพิ่ม 5% คมนาคม ชง ครม. ของบ 5.8 พันลบ. อุดหนุนตั๋วร่วมรถไฟฟ้าปีแรก
BEC โบรกฯ สั่ง “ขาย” กำไรปี 69 ส่อแววดิ่ง 37% รายได้โฆษณาทีวีลดเร็วเกินคาด
BCH-CHG ยังมีอัพไซกำไร รอ “ประกันสังคม” เพิ่มค่าหัว โบรกฯชี้หุ้น รพ.พ้นจุดต่ำสุดแล้ว
ตลาดหุ้นไทย ปี 69 รั้งเบอร์ 2 ต่างชาติซื้อสุทธิมากสุดในเอเชีย ฟาก “เกาหลีใต้” โดนถล่มขาย 1.4 แสนล้านเหรียญฯ