Talk of The Town

BEC โบรกฯ สั่ง “ขาย” กำไรปี 69 ส่อแววดิ่ง 37% รายได้โฆษณาทีวีลดเร็วเกินคาด


26 ตุลาคม 2569

BEC โบรกฯ สั่ง “ขาย”_S2T (เว็บ)_0.jpg

BEC โบรกฯ สั่ง “ขาย” หลังรายได้โฆษณาลดลงกว่าคาด รายได้อื่นยังไม่แกร่งพอชดเชยรายได้ที่หายไปไม่ได้ คาดกระทบกำไรรุนแรง ปี 69-71 ดิ่งกว่า 37-11%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ทีทีบี เวลธ์จํากัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ปรับลดคําแนะนําหุ้น BEC จาก “ซื้อ” เป็น ขาย จากรายได้โฆษณาทีวีลดลงเร็วกว่าคาด โดย operating leverage ที่สูง ทําให้ผลกระทบต่อกําไรรุนแรงขึ้น จึงปรับลดประมาณการกําไรปี 2569-2571 ลง 25-35% ต่อปีและปรับราคาเป้าหมายเหลือ 1.60 บาท จาก 2.50 บาท

ขณะที่รายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ทีวี ได้แก่ การขายคอนเทนต์ การจัดอีเวนต์ และการบริหารศิลปิน ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะชดเชยรายได้ทีวีที่ลดลง โดยคาดว่ากําไรจะลดลง 37%, 11% และ 18% ในปี 2569-2571 และหลังปรับลดประมาณการกําไรแล้ว BEC ยังมีมูลค่าแพง ซื้อขายที่ PE สูงถึง 36 เท่า ขณะที่แนวโน้มกําไรยังลดลงต่อเนื่อง

โดยตลาดโฆษณาไทยกําลังเปลี่ยนจากทีวีไปสู่สื่อดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก MI Group เอเจนซีด้านสื่อ ระบุว่าเม็ดเงินโฆษณาทีวีลดลง 47% ในปี 2559-2568 ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า ในปี 2568 เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์อยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าทีวีที่ 3.1 หมื่นล้านบาท 

สำหรับรายได้โฆษณาทีวีของ BEC ลดลงจากประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 เหลือเพียง 3 พันล้านบาท ในปี 2568 และลดลงอีก 20% ในครึ่งปีแรกปี 69 จึงปรับเพิ่มประมาณการอัตราการลดลงของรายได้ทีวีในปี 2569-2571 เป็น 20%, 10% และ 10% จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 15%, 10% และ 8% ตามลําดับ

ทั้งนี้ รายได้ธุรกิจที่ไม่ใช่ทีวีเติบโต แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ทีวีที่ลดลงได้ BEC พยายามกระจายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากทีวี โดยรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ทีวีเพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ของรายได้รวมในครึ่งปีแรกปี 69 จาก 9% ในปี 2559 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 41% ในปี 2570 

แม้ธุรกิจดังกล่าว ซึ่งได้แก่ การขายคอนเทนต์ การจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ต รวมถึงการบริหารศิลปิน จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้จากธุรกิจทีวีที่ลดลง คาดว่ารายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ทีวีจะเติบโต 11%, 20% และ 22% ในปี 2569-2571 โดยมีปัจจัยหลักผลักดันจากธุรกิจบริหารศิลปินและการจัดอีเวนต์

ทั้งนี้ กําไรปกติของ BEC ลดลงอย่างมากจาก 1,083 ล้านบาท ในปี 2559 เหลือ 847 ล้านบาท ในปี 2564 และเพียง 183 ล้านบาท ในปี 2568 การลดต้นทุนหลังปรับโครงสร้างธุรกิจในปี 2567 ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้โฆษณาที่ลดลง คาดว่ากําไรจะลดลงอีก 37%, 11% และ18% ในปี 2569-2571 ตามลําดับ BEC จําเป็นต้องสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มีขนาดใหญ่พอจะชดเชยรายได้โฆษณาทีวีที่ลดลง หากทําไม่ได้ การลดต้นทุนเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะช่วยหยุดการลดลงของกําไรได้

BEC