IRPC ลุ้นเข้า SET50 โบรกฯชี้งบไตรมาส 3/69 สุดแกร่ง กำไรทะลักกว่า 6.3 พันลบ.

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/69 ของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC แม้คำดว่าผลการดำเนินงานธุรกิจปิโตรเคมีจะลดลงจากไตรมาสก่อน ตามส่วนต่างราคาผลิตภัฑณ์หลัก เช่น PP-Naphtha -10% จากไตรมาสก่อน และ ABS-Naphtha -3% จากไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมคาดกำไรสุทธิจะทำ ได้ 6.3 พันล้านบาท +114% จากไตรมาสก่อน และเติบโตสูงจากแก่อน จากไตรมาส 3/68 ที่มีกำไรเพียง 340 ล้านบาท โดยประเมิน Market GIM จะทำได้ 19.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบกับ 17.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/69 และ 9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/69
สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มตัวขึ้นของอัตรากำไรธุรกิจปิโตรเลียม (ผลิตภัณฑ์น้ำมันมันสำเร็จรูป และยางมะตอย) เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ vs อิหร่าน, รัสเซีย vs ยูเครน, ซาอุฯ vs กลุ่มฮูตี ทำให้อุปทานน้ำมันเร็จรูปตึงตัว ส่งผลให้ Crack Spread ดีเซลอยู่ที่ 66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล +4% จากไตรมาสก่อน และ Asphalt-FO อยู่ที่ 79 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบกับ 25 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมา 2/69
รวมทั้งยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของ Crude Premium สอดคล้องค่าพรีเมียม Arab Light OSP นอกจากนี้คาดว่าการไต่ขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคำน้ำมันดิบตั้งแต่ ต้นไตรมาส จะทำให้รับรู้กำไรสต็อกน้ำมัน (รวม NRV และขาดทุน Hedging) ราว 2.4 พันล้านบาท
แนวโน้มไตรมาส 4/69 ทิศทาง Crack Spread น้ำมันสำเร็จรูปยังอยู่ระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการขนส่งเส้นทางฮอร์มุซยังไม่เป็นปกติ ทำให้อุปทานดีเซลตึงตัว รวมทั้งมีแรงหนุนจากอุปสงค์ Heating Oil ช่วงฤดูหนาว
อย่างไรก็ตาม คาดกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะความต้องการใช้ปิโตรเคมี ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมัน (Crude Premium, ค่าประกันภัย, ค่าขนส่ง) จะทยอยรับรู้เข้ามาในผลประกอบการ
ผลประกอบการงวด 9 เดือน มีโอกาสดีกว่ามุมมองก่อนหน้ำ เพราะสงครามยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ ระดับสูง และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย vs ยูเครน และซาอุฯ vs กลุ่มฮูตี ทำให้อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัวกว่าคาด ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้นเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท และ 2.7 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยปรับเพิ่มสมมติฐานหลัก เช่น ราคาน้ำมันดิบ, ค่าการกลั่น, กำไรสต็อกน้ำมัน
ทั้งนี้ปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 เป็น 3.10 บาท อ้างอิง PBV -0.25 SD ที่ 0.8 เท่า (เดิม -0.75 SD) สะท้อนมุมมองผลประกอบการ และฐานะการเงินที่ดีขึ้น ทางพื้นฐานคงมุมมองเป็นกลางต่อหุ้น คงคำแนะนำ TRADING ทั้งนี้ระยะสั้นหุ้นมีปัจจัยสามารถเก็งกำไรจาก 1) แนวโน้มไตรมาส 3/69 แข็งแกร่ง อาจทำให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการ 2) ราคาปัจจุบันคาด Dividend Yield ปี 2569 สูง 6% (อ้ำงอิง Payout Ratio 20% vs Dividend Policy 25%) 3) โอกาสถูกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 70 คาดประกาศช่วงกลางเดือนธ.ค. (คาดประกาศผลประกอบการวันที่ 10 พ.ย.)
ยอดนิยม
BEM-BTS อัพไซด์กำไรเพิ่ม 5% คมนาคม ชง ครม. ของบ 5.8 พันลบ. อุดหนุนตั๋วร่วมรถไฟฟ้าปีแรก
BEC โบรกฯ สั่ง “ขาย” กำไรปี 69 ส่อแววดิ่ง 37% รายได้โฆษณาทีวีลดเร็วเกินคาด
BCH-CHG ยังมีอัพไซกำไร รอ “ประกันสังคม” เพิ่มค่าหัว โบรกฯชี้หุ้น รพ.พ้นจุดต่ำสุดแล้ว
ตลาดหุ้นไทย ปี 69 รั้งเบอร์ 2 ต่างชาติซื้อสุทธิมากสุดในเอเชีย ฟาก “เกาหลีใต้” โดนถล่มขาย 1.4 แสนล้านเหรียญฯ