เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ทอล์คออฟเดอะทาวน์


THE DARK NEWS

  • 2019-10-04 08:46:57
  • 5448

CRC เข้าตลาดฯ..ปฐมบทของการแบ่งมรดก “จิราธิวัตน์”

By..เฮียขาว วินสีลม

ดูเหมือนว่าเรื่องจะเริ่มต้นจากละครชีวิตของไฮโซหนุ่ม พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ที่มีอันต้องเลิกราไปจากการคบหาดูใจกับดาราสาว “แพทริเซีย กู๊ด” อดีตคนรัก

ต่อมาก็มีเรื่องของ “แม่ส้ม ชนัดดา” คุณแม่ของหนุ่มพีชที่มีข่าวว่า คุณแม่ส้ม ชนัดดา หย่ากับ “ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์” คุณพ่อของพีช โดยทางครอบครัว จิราธิวัฒน์ ได้มอบค่าเลี้ยงดูให้ จำนวน 100 ล้าน (ข่าวสด, 11ก.ย. 2562)

ในขณะที่ต่อมาก็มีข้อมูลเรื่องของตระกูล “จิราธิวัตน์” หลั่งไหลเข้ามาสู่โลกโซเชี่ยลมีเดียเรื่อยๆ และต่อเนื่องจนถึงกลายเป็นการขั้นขุดสาแหรกของจิราธิวัตน์ออกมาตีแผ่...ต่อเนื่องเหมือนการโหมโรงก่อนที่จะมีละครเรื่องใหม่ๆ หรือเหมือนกันกับการโปรโมทหนังเรื่องใหม่ๆที่กำลังเข้าฉาย

ต่อเนื่องกันจนดูเหมือนเป็นเรื่องที่มีการเตรียมเอาไว้

แล้วในที่สุดข่าวการยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอจำวน 2,231.71 ล้านหุ้น ต่อ ก.ล.ต. ของ "เซ็นทรัล รีเทล" ก็ได้เฉลยเรื่องทั้งหมดออกมา

ไม่ได้บอกว่าข่าว “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” กับ “แพทริเซีย กู๊ด” หรือข่าวการหย่าร้างของ “คุณแม่ส้ม ชนัดดา" หย่ากับ “ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์” ซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของพีชจะเป็นเรื่องจริงหรือหรือไม่..

แต่สิ่งที่ต้องการจะบอกคือถ้านี่คือการวางแผนประชาสัมพันธ์การยืนไฟลิ่งเพื่อนำเอา "เซ็นทรัล รีเทล" เพื่อเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์..

นี่ก็คงจะเป็นแผนประชาสัมพันธ์ที่อย่างแยบคายอย่างที่สุด

อย่างไรก็ตามการที่ "เซ็นทรัล รีเทล" ก็มีรายละเอียดจำนวนมากที่จะต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม โดยบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 2,231.71 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 1,620 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ถือโดย Hawthorn Resources Limited จำนวนไม่เกิน 611.71 ล้านหุ้น โดยบริษัทจะนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทโฮลดิ้ง ) ธุรกิจของกลุ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.  กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ

2.  กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน

3.  กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ


และในระหว่างนี้บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นก็ได้ดำเนินการในการเดินหน้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน นัยว่าจะเป็นการรวมเอาบริษัทในเครือ “เซ็นทรัล” หรืออีกนัยหนึ่งคือ “จิราธิวัตน์” เข้ามาอยู่ใน CRC (บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น) นั้นเอง...

และหลังจากนี้เป็นต้นไปประวัติศาสตร์ 70 ปี การดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว (Family Business) ของตระกูล “จิราธิวัติน์” ก็จะเปลี่ยนไปแบบไม่มีวันหวนกลับคืนกลับไปเป็นแบบเดิมได้อีกแล้ว

ถ้าจะเปรียบไป..การเข้าตลาดของ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ก็คงไม่แตกต่างไปจากการเข้าตลาดของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP

ไม่ต่างกันในที่เป็นบริษัทที่มีอายุของธุรกิจที่ยาวนาน และไม่ต่างกันที่ดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว (Family Business)CRC ไม่ต่างกันกับ OSP ในเรื่องของการ “เข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” เพื่อให้ง่ายต่อการ “แบ่งมรดก” ของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมานาน

อย่างน้อยที่สุดการแบ่งมรดกที่มีมูลค่านับแสนๆล้านบาท และมีกิจการที่เป็นบริษัทในเครือจำนวนมากด้วยการแบ่งออกมาเป็นจำนวนหุ้นก็ดีกว่าการแบ่งออกเป็นตัวธุรกิจ

และดีกว่าการขายกิจการเอาเงินมาแบ่งกันอย่างแน่นอน

หลังจากนี้ไปก็คงจะต้องมาดูกันว่า เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) จะทำได้ดีแค่ไหนหลังจากที่เข้ามาจดทะเบียในตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้นจะทรุดตัวต่ำกว่าราคาจองสิทธิ์ในวันแรกแล้วๆค่อยๆไต่ราคาขึ้นมาเหมือนกับ OSP หรือไม่ หรือว่าราคาหุ้นของ CRC จะวิ่งกระฉูดยาวๆในวันแรกของการซื้อขายหรือไม่เป็นเรื่องที่น่าติดตามจริงๆ

 

  • ผู้โพสต์ kaweephol
  • 2019-10-04 08:46:57
  • 5448