รายงานพิเศษ : WP เปลี่ยนเกมส์ด้วย JUMP+ ปลดล็อกศักยภาพองค์กร สร้างฐานธุรกิจแข็งแกร่งใน 3 ปี

WP เดินหน้าสร้างมูลค่าภายใต้โครงการ JUMP+ วางเกมยกระดับองค์กรครบทุกมิติ ตั้งแต่ธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึง Climate Action พร้อมขยายสาขาและช่องทางจำหน่าย และเตรียมประเมินเครดิตเรตติ้งกับ TRIS Rating เพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน ลดข้อจำกัดด้านเงินทุน ต่อยอดการเติบโตในระยะยาว
บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ หรือ WP เดินหน้าสร้างมูลค่าองค์กรในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2569-2571 ภายใต้โครงการ JUMP+ ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว โดยบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายธุรกิจและเพิ่มรายได้ แต่ให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงรองรับการเติบโตในอนาคต
โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 WP เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายสาขาและช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการประเมินอันดับเครดิตโดย TRIS Rating ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินขององค์กร และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต
ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อ WP ในเชิงกลยุทธ์ เพราะการมีอันดับเครดิตที่ได้รับการยอมรับจะช่วยสะท้อนความแข็งแกร่งและความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินของบริษัท ขณะเดียวกันยังเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน รองรับแผนลงทุนและการขยายธุรกิจในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องบริหารอย่างรอบคอบ
การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ จึงไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล แต่เป็นการวางระบบภายใน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในหลายมิติ ตั้งแต่การกำกับดูแลกิจการ ความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งทั้งหมดมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว
ด้านธรรมาภิบาล WP เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการและการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส
และหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ การบริหารจัดการข้อร้องเรียน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ หรือ Emerging Risk ตามแผนงานของโครงการ JUMP+ ซึ่งจะช่วยให้ WP สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่การยกระดับ Governance ก็เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบริษัทที่มีระบบกำกับดูแลที่ดีจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย และลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือจากผลการดำเนินงานโดยตรงได้ การที่ WP เดินหน้าปรับปรุงระบบเหล่านี้จึงเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระยะยาว
ผู้บริหาร WP ยังให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านแผน Climate Action โดยบริษัทได้จัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร หรือ Carbon Footprint for Organization (CFO) เรียบร้อยแล้ว ได้รับการรับรองผลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับนำไปใช้กำหนดแนวทางบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต
นอกจากการจัดทำ Carbon Footprint แล้ว WP ยังเริ่มดำเนินการจัดทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Decarbonization Roadmap โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการขนส่ง ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อพิจารณาภาพรวมของแผนงาน JUMP+ ทำให้เห็นว่า WP กำลังใช้โครงการดังกล่าวเป็นกรอบในการยกระดับองค์กรจากภายใน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจจากภายนอก โดยด้านหนึ่งบริษัทเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจผ่านการขยายสาขาและช่องทางจำหน่าย ขณะที่อีกด้านเร่งสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินผ่านการประเมินเครดิตเรตติ้ง และยกระดับมาตรฐาน Governance และ ESG ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่