รายงานพิเศษ : EVER ปรับกลยุทธ์อสังหาฯ เน้น“ขายทรัพย์-สร้างเงินสด” เร่งระบายสต๊อก ลดหนี้-ลดต้นทุน
.jpg)
จับตาแผน EVER พลิกฟื้นธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Asset to Cash เร่งระบายสต๊อกบ้าน-คอนโด-ทาวน์โฮมกว่า 1,367 ยูนิต มูลค่า 7,511 ล้านบาท ควบคู่บริหารต้นทุนอย่างเข้มข้นและทำตลาดเชิงรุก พร้อมขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเพื่อนำเงินชำระหนี้ หวังยกระดับสภาพคล่องและฐานะการเงิน รองรับโอกาสตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัว
ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาฯ EVER เร่งปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสด การเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ เร่งการระบายสินทรัพย์รอการขาย สร้างรายได้กลับเข้าสู่บริษัทฯ และวางรากฐานความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
เน้นบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ
“สวิจักร์ โลจายะ” ประธานกรรมการ EVER กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจึงต้องดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง “ไม่ประมาท” และหลีกเลี่ยงการลงทุนที่อาจเสี่ยงเกินไป ขณะที่ EVER ได้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ พร้อมเดินหน้าระบายสินทรัพย์รอการขาย เพื่อสร้างรายได้กลับเข้าสู่บริษัทฯ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และปูทางสู่การปลดล็อกเครื่องหมาย CB
เร่งบริหารสินทรัพย์ในมือ 7.5 พันลบ.
สิ่งสำคัญที่บริษัทฯ ใช้เป็นแนวทางพลิกฟื้นธุรกิจมี 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.เน้นสร้างยอดขายจากสินทรัพย์รอการขาย (Inventory) ของบริษัทฯ มูลค่ารวมกว่า 7,511 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมในประเภทอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ โครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม ในทำเลต่างๆ ที่มีศักยภาพ 2.กระตุ้นยอดขายของโครงการ โดยมุ่งเน้นการตลาดทุกช่องทาง เช่น Website, Content, Social Media และ Agent ต่างๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เนื่องจากมีผลตอบรับจากทางลูกค้าได้มากกว่าช่องทางอื่น รวมถึงการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าเข้ามาดูโครงการด้วย และ 3.บริษัทฯ ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อีกประมาณ 1,376 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้เป็นรายได้ตามแผนในช่วงเวลาถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ ได้วางแผนการขาย Non-Core Assets ของบริษัทฯ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล และที่ดินเปล่าที่ยังไม่มีแผนพัฒนา เพื่อนำเงินมาชำระคืนหนี้ ลดต้นทุนทางการเงิน และชะลอการลงทุนขยายโครงการใหม่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว โดยจะประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนในการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และกระแสเงินสดของบริษัทฯ
กางแผนเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด
ปัจจุบันบริษัทฯ มี Inventory ได้แก่ อาคารชุดจำนวน 971 ยูนิต มูลค่ารวม 4,783 ล้านบาท, โครงการทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ จำนวน 167 ยูนิต มูลค่ารวม 851 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด จำนวน 229 ยูนิต มูลค่ารวม 1,877 ล้านบาท รวมจำนวน 1,367 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 7,511 ล้านบาท
เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายที่เข้มข้น ควบคู่กับการออกแบบข้อเสนอที่ตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ เพิ่มอัตราการโอนกรรมสิทธิ์ และเปลี่ยนสินทรัพย์คงเหลือให้เป็นกระแสเงินสด ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป
เน้นบริหารพอร์ต - อัพยอดขาย
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า EVER ยังคงมุ่งเน้นการบริหารพอร์ตโครงการอย่างสมดุล โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ การรักษาวินัยทางการเงิน และการบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน พร้อมรองรับโอกาสการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เมื่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคกลับมามั่นคงมากขึ้น
ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และการทำตลาดเชิงรุก บริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะผลักดันให้ EVER ก้าวเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัว และพร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในระยะยาวเมื่อภาวะตลาดกลับมาเอื้ออำนวยมากยิ่งขึ้น