รายงานพิเศษ : SUSCO ปูพรมหัวจ่ายมาตรฐาน 100% สร้างความเชื่อมั่น–ดัน Traffic เข้าสถานี ต่อยอด ยอดขายน้ำมัน–Non-Oil โต

SUSCO ตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพและความโปร่งใส หลังนำสถานีบริการเข้าร่วมโครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานครบ 100% ผ่านการรับรองแล้ว 98 แห่ง พร้อมเดินหน้าขยายสถานีและเพิ่มยอดขายน้ำมันในประเทศ โดยใช้ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นฐานต่อยอดรายได้ Non-Oil
บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจน้ำมัน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ด้วยการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสถานีบริการ หลังนำสถานีบริการน้ำมันเข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ครบ 100% ของทุกสาขาทั่วประเทศ และปัจจุบันมีสถานีที่ผ่านการรับรองแล้ว 98 แห่ง แบ่งเป็นระดับสีทอง 16 แห่ง สีเงิน 29 แห่ง และสีน้ำเงิน 53 แห่ง สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานด้านคุณภาพ ความโปร่งใส และความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค
นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ SUSCO ระบุว่า การได้รับป้ายสัญลักษณ์ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานสีทอง” เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสถานีบริการ โดยสถานีที่ได้รับการรับรองจะต้องผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงของหัวจ่ายตามมาตรฐานของกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรักษามาตรฐานการให้บริการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ลูกค้าได้รับน้ำมันครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นธรรม
การยกระดับมาตรฐานดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน เพราะ “ความเชื่อมั่น” เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การที่ SUSCO นำสถานีบริการเข้าร่วมโครงการครบทุกสาขา จึงช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ และมีส่วนสนับสนุนการรักษาฐานลูกค้าและการกลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งท้ายที่สุดจะเชื่อมโยงไปสู่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
สำหรับภาพรวมธุรกิจ SUSCO ยังคงให้น้ำหนักกับการเติบโตของยอดขายน้ำมันในประเทศ โดยบริษัทมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งสถานีบริการ ลูกค้าอุตสาหกรรม ผู้ค้าน้ำมัน และน้ำมันอากาศยาน ทำให้สามารถกระจายฐานรายได้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 1,048 ล้านลิตร ขณะที่บริษัทมองว่าตลาดในประเทศยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายสถานีและการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย
ในปี 2569 บริษัทมีแผนขยายสถานีบริการภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ ประมาณ 10-20 สถานี เพื่อเพิ่มพื้นที่เข้าถึงลูกค้าและสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดจำหน่ายน้ำมัน การขยายเครือข่ายจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่ม Volume ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าการใช้น้ำมันในประเทศยังอยู่ในระดับสูง แม้ตลาดจะเริ่มเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่ปี 2568 ประเทศไทยมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 154.85 ล้านลิตรต่อวัน การใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.1% และการใช้ Jet A1 เพิ่มขึ้น 7.6% มาอยู่ที่ 17.23 ล้านลิตรต่อวัน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของการเดินทางและภาคการท่องเที่ยว สะท้อนว่าความต้องการใช้น้ำมันในประเทศยังมีฐานที่แข็งแรง และเป็นตลาดที่ SUSCO สามารถใช้เครือข่ายสถานีบริการเป็นเครื่องมือในการสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน SUSCO ไม่ได้มองสถานีบริการเป็นเพียงจุดเติมน้ำมัน แต่ให้ความสำคัญกับการต่อยอดธุรกิจ Non-Oil เพื่อเพิ่มรายได้ต่อสถานี โดย Traffic จากลูกค้าที่เข้ามาเติมน้ำมันสามารถต่อยอดไปสู่ร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่างๆ ภายในสถานี ช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานหัวจ่ายจึงมีความสำคัญมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ เพราะหากสามารถสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้าได้ ก็จะช่วยเพิ่ม Traffic ให้สถานี และเปิดโอกาสให้บริษัทสร้างรายได้จากทั้ง Oil และ Non-Oil ไปพร้อมกัน ขณะที่สถานีใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต
และยังสะท้อนว่า SUSCO กำลังเดินหน้าสร้างการเติบโตจาก 3 แกนหลัก คือ การรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจน้ำมัน การขยายสถานีเพื่อเพิ่มยอดขายในประเทศ และการต่อยอด Non-Oil เพื่อเพิ่มรายได้ต่อสถานี โดยมีมาตรฐานหัวจ่ายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้า หากสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้ตามแผน จะช่วยให้ SUSCO เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายสถานีบริการ สร้างรายได้ที่หลากหลาย และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง