จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TPS ตุน Backlog 1.78 พันล้าน ลุยเติมงานใหม่ รับดีมานด์ดิจิทัลพุ่ง AI-Cyber Security ขึ้นแท่นธุรกิจดาวรุ่ง


18 สิงหาคม 2569

TPS ตุน Backlog 1.78 พันล้าน_S2T (เว็บ)_0.jpg

ครึ่งหลังปี 2569 TPS เดินหน้าสองเกมคู่ขนาน ทั้งเร่งรับรู้รายได้จากงานในมือและเติม Backlog ใหม่จากตลาดรัฐ-เอกชน ขณะที่ AI และ Cyber Security กลายเป็นหัวหอกสำคัญ รับโลกธุรกิจที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นและเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ซับซ้อนขึ้น

ในวันที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการทำธุรกิจ แต่กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรทุกระดับ โอกาสของผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับงานติดตั้งระบบ หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการเข้าไปอยู่ในทุกช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่การวางระบบ ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนทิศทางของ บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้อย่างชัดเจน

TPS มีงานในมือ หรือ Backlog อยู่ที่ 1,784 ล้านบาท และจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่อง  ทำให้บริษัทมีฐานงานรองรับการดำเนินธุรกิจ  แต่โจทย์สำคัญของครึ่งปีหลังไม่ได้อยู่เพียงการส่งมอบงานเดิมให้แล้วเสร็จ หากอยู่ที่การเดินหน้าสร้าง “งานใหม่” เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตไม่สะดุดหลังจาก Backlog เดิมทยอยรับรู้รายได้ไปแล้ว

ตอกย้ำจากมุมมอง นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPS ที่ระบุว่า บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทย่อยยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเลือกโครงการที่สอดคล้องกับความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของบริษัทเป็นหลัก เพื่อเติม Backlog ที่มีอยู่ให้มีความต่อเนื่อง

กลยุทธ์ดังกล่าวน่าสนใจตรงที่ TPS ไม่ได้มองตลาดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เพราะปัจจุบันรายได้ของบริษัทมาจากภาคเอกชน 64.29% ขณะที่ภาครัฐมีสัดส่วน 35.71% การมีฐานลูกค้าสองตลาดจึงเปิดพื้นที่ให้บริษัทสามารถมองหาโอกาสใหม่ได้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งหน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจต่างเร่งนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานและยกระดับประสิทธิภาพ

เมื่อมองไปข้างหน้า สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงตัวเลข Backlog 1,784 ล้านบาท แต่คือความสามารถของ TPS ในการเปลี่ยนฐานงานดังกล่าวให้กลายเป็นรายได้ พร้อมกับเติมงานใหม่เข้าไปอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับธุรกิจที่รับงานเป็นโครงการ การมีงานในมือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโตในระยะยาว หากไม่มีการสร้าง Pipeline ใหม่เข้ามารองรับ

ซึ่งความเชี่ยวชาญของ TPS กลายเป็นแต้มต่อ เพราะธุรกิจของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การดูแลและบำรุงรักษาระบบหลังการขาย ไปจนถึงงานวิศวกรรมโยธาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานและโทรคมนาคม รวมถึงการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ ทำให้บริษัทไม่ได้แข่งขันอยู่ในตลาดเพียงจุดเดียว แต่สามารถต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าไปสู่บริการในหลายมิติ

และในช่วงเวลาที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างรวดเร็ว TPS ก็เริ่มขยับตัวรับโอกาสดังกล่าวเช่นกัน โดยบริษัทฯ นำ AI มาใช้ในส่วนงาน Back Office และงานด้านบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและช่วยควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย

และที่สำคัญ TPS ไม่ได้มอง AI เพียงในฐานะเครื่องมือหลังบ้าน แต่กำลังนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าไปต่อยอดในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงอย่าง Cyber Security ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในความต้องการพื้นฐานขององค์กรยุคดิจิทัล

ดังนั้น TPS จึงเดินหน้านำ AI มาพัฒนางานบริการด้าน Cyber Security เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัล และที่สำคัญคือเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น จึงเป็นโอกาสในการขยับจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบและให้บริการด้านไอที ไปสู่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการ

ภาพของ TPS ในครึ่งหลังปี 2569 จึงมีองค์ประกอบของการเติบโตอยู่ระดับ ตั้งแต่ชั้นแรกคือรายได้จาก Backlog 1,784 ล้านบาทที่มีอยู่แล้ว ชั้นที่สองคือการเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง Backlog รอบใหม่ และชั้นที่สามคือการนำ AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและต่อยอดบริการ ซึ่งหากสามารถเดินหน้าได้ตามแผน ก็จะช่วยสร้างฐานสำหรับการเติบโตในปีต่อๆ ไป

อีกประเด็นที่ทำให้ทิศทางของ TPS น่าสนใจ คือการที่บริษัทไม่ได้ทิ้งธุรกิจเดิม  แต่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาเสริมธุรกิจที่มีอยู่เดิม หมายความว่า ความเชี่ยวชาญด้านระบบไอที โครงสร้างพื้นฐาน โทรคมนาคม และบริการหลังการขาย ยังคงเป็นฐานสำคัญ ขณะที่ AI และ Cyber Security เข้ามาเติมศักยภาพให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้กว้างขึ้น

ในด้านการแข่งขัน การมีทั้งฐานลูกค้า ความเชี่ยวชาญ และงานในมือ ขณะเดียวกันก็เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ทำให้ TPS มีโอกาสสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันที่เน้นเพียงการรับงานโครงการ เพราะการเติบโตในโลกดิจิทัลไม่ได้วัดกันแค่ใครติดตั้งระบบได้ แต่ยังวัดกันที่ใครสามารถดูแลระบบ ให้บริการต่อเนื่อง และช่วยลูกค้ารับมือกับความเสี่ยงใหม่ๆ ได้

TPS