โบรกฯ แจกโพย 5 หุ้นเด่น รับกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/69 ฐานะการเงินบริษัทแกร่ง
โบรกฯ ชูกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/69 เน้นหุ้นที่มีอํานาจในการกําหนดราคาสูง เลี่ยงหุ้นภาระหนี้สูง พร้อมแจก 5 หุ้นเด่น CPN-CENTEL-GULF-HANA-WHA
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 3/69 เศรษฐกิจโลกกําลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวในลักษณะ U-shaped ในช่วงกลางปี 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น
และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ก่อนที่จะฟื้นตัวในไตรมาส 4 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในกลุ่ม AI และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมดังกล่าว เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงหนีแรงโน้มถ่วง (escape velocity) โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 1.6% หลังจากขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 2.8% ในไตรมาส 1
ทั้งนี้ โมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังวงเงิน 4 แสนล้านบาท และการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ขยายตัว 5.6% เพื่อชดเชยเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานซึ่งคาดว่าจะแตะระดับ 3.2% ส่งผลให้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ผลกระทบระยะแรกยังมีจํากัด แต่จะทวีความรุนแรงขึ้นในระยะถัดไป ขณะที่ความขัดแย้งในอิหร่านยังไม่มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุด แม้ว่าการเจรจาจะยังคงดําเนินต่อไป แต่การบรรลุข้อตกลงที่แท้จริงยังคงเป็นเรื่องที่ห่างไกล
รวมไปถึงความเสี่ยงที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง มีโอกาส 70-80% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญภายในกลางปี 2569 ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ของการลงทุนในเทคโนโลยี AI คาดว่างบลงทุนของกลุ่มผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscaler) จะแตะระดับ 7.54 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้
และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กําลังใกล้เข้ามาการคาดการณ์ของตลาดในช่วงต้นปี 2569 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มสูงที่จะได้รัฐบาลแบ่งแยก (divided government) ในเชิงสถิติ ตลาดหุ้นมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีมากภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง
สำหรับเตรียมรับมือความผันผวนระยะสั้น เน้นเลือกหุ้นของบริษัทที่มีอํานาจในการกําหนดราคาสูง ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาอัตรากําไรไว้ได้ แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก หลีกเลี่ยงบริษัทที่มีภาระหนี้สูง ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
โดยจากการวิเคราะห์หุ้นรายตัวที่มีลักษณะสําคัญ 4 อย่าง โดยที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดในไตรมาส 3/69 ประกอบไปด้วย 1. บริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งสามารถรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ
2. หุ้นที่มี valuation สมเหตุสมผลและกําไรเติบโตชัดเจน 3. หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากโมเมนตัมเชิงบวกของการใช้งบลงทุน AI และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI 4. หุ้นที่มีอํานาจกําหนดราคาสูง สามารถรับมือกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้
ดังนั้น จึงยังคงเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ selective โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีคุณภาพสูง และมีอํานาจในการต่อรองราคา
ทั้งนี้ จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว หุ้นเด่นในไตรมาส 3/69 คือ CPN (เติบโตแข็งแกร่ง มีอํานาจในการต่อรองราคาสูง), CENTEL (ความต้องการท่องเที่ยวในประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ), GULF (ความผันผวนต่ำ กําไรชัดเจนสูง), HANA (ผลิตภัณฑ์ AI ในครึ่งปีหลังปี 69) และ WHA (การลงทุนใน AI data center)