Talk of The Town

JMART Q1 ฟาดกำไร 163 ลบ. เติบโต 16% บุ๊กกำไร “สุกี้ตี๋น้อย” 51 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.135 บาท


15 พฤษภาคม 2569

JMART Q1 _S2T (เว็บ) copy_0.jpg

JMART ท็อปฟอร์ม! โชว์งบไตรมาส 1/69 กวาดกำไรสุทธิ 163 ล้านบาท เติบโต 16% หลังเจมาร์ท โมบาย แถมบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้า เติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งธุรกิจ Lock Phone ที่สามารถสร้างพอร์ตสินเชื่อได้รวดเร็ว โชว์บันทึกกำไรสุกี้ตี๋น้อย 51 ล้านบาท

บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 163 ล้านบาท เติบโต16% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทแกน คือ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ประกอบกับบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้า ยังคงเติบโตและสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ประกอบกับผลขาดทุนบางส่วนของ เจเอเอส และ เจเอ็มที ได้ถูกบันทึกในส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-Controlling Interest: NCI)

ทั้งนี้บริษัทฯ มีรายได้รวมประจำไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 3,894.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยแยกแต่ละประเภทรายได้ดังต่อไปนี้

1. รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า เท่ากับ 2,763.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตของธุรกิจ Lock Phone ที่สามารถสร้างพอร์ตสินเชื่อได้รวดเร็ว และควบคู่กับการควบคุมคุณภาพลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ 

2. รายได้ดอกเบี้ยจากเงินซื้อลูกหนี้ และกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ ซึ่งเป็นรายได้จากธุรกิจบริหารหนี้ เท่ากับ 950.0 ล้านบาท ลดลง 8.2% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บหนี้จากพอร์ตลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ลดลง โดยมีปัจจัยหลักจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ประกอบกับระดับหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในกำรชำระหนี้ของลูกหนี้ในภาพรวม 

3. รายได้ค่าเช่า เท่ากับ 108.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากการขายพื้นที่เช่าได้เพิ่มขึ้นจากทุนโครงการ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ “SENS Hotel” เป็นหลัก ประกอบกับการนำพื้นที่ศูนย์การค้าชุมชนมาใช้ดำเนินธุรกิจใหม่ ได้แก่ สวนสนุกในร่ม “Totem Kingdom” และสนามแบดมินตัน “JAS Badminton Club”

และ 4. รายได้จากกำรรับประกันภัย เท่ากับ 72.1 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจาก เจมาร์ท ประกันภัย เน้นให้บริการประกันภัยในกลุ่มประกันภัยที่มี Loss Ratio ที่ต่าลง ทำให้บริษัทเลือกที่จะรับประกันเพื่อควบคุมความเสี่ยง ซึ่งผลจากการปรับพอร์ตประกันภัยให้มี Loss Ratio ลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทย่อย มีผลกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 

ทั้งนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 136.4 ล้ำนบาท เพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยส่วนแบ่งกำไรหลักมาจาก KB J Capital, SINGER และสุกี้ตี๋น้อย

สำหรับบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (สุกี้ตี๋น้อย หรือ Suki Teenoiโดยไตรมาส 1/2569 ที่ผ่ำนมำ สุกี้ตี๋น้อยมีรายได้ 2,588 ล้านบาท เติบโต 32% และมีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น 30% เท่ากับ 51 ล้านบาท (ก่อนการปันส่วน Price Purchase Allocation:PPA) ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีกับสุกี้ ตี๋น้อย ในด้านต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันในอนาคต

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 Suki Teenoi มีสาขาทั้งหมด 105 สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) 10 สาขา และ Teenoi Gold (บุฟเฟต์พรีเมียม) 2 สาขา รวมทั้งหมด 117 สาขา 

นอกจากนี้ บริษัทดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.135 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 พ.ค.2569 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 12 มิ.ย.2569