โบรกฯ แนะกลยุทธ์เทรด TTB รอรับที่ราคา 2.7 บาท หวังได้ปันผล 5.2% หลังมี “บิ๊กล็อต” ก้อนโต 1.8 หมื่นล้าน

จากประเด็น Bloomberg รายงานว่า ING Bank NV เตรียมเสนอขายหุ้น TTB ราว 6,149.2 ล้านหุ้น (คิดเป็น 6.3%) มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงราคา 2.64-2.70 บาทต่อหุ้น (ส่วนลด 6.9–8.97% จากราคาปิด) ผ่าน BofA Securities และ JPMorgan โดยหลังทำรายการจะมีข้อกำหนดห้ามขายหุ้น (Lock-up) 90 วัน ซึ่งการลดสัดส่วนถือหุ้นครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตและเงินทุนเชิงรุกของ ING
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ไม่กระทบต่อพื้นฐาน แต่จะกระทบต่อราคา โดยคาดราคาบิ๊กล็อตจะปิดที่ 2.64 บาท ส่วนลด 9% จากราคาปิดวานนี้ มีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน หากยังไม่มี TTB ให้รอจังหวะลงทุน ไม่ต้องรีบเข้าไปลงทุน แต่ถ้าราคายังไม่ลดลงมาใกล้ระดับ 2.7 บาท ให้รอไปก่อน เพราะบิ๊กล็อตยังไม่มา แต่เชื่อว่าวันนี้ราคาจะลดลงอย่างชัดเจน
แต่ถ้าหาจังหวะเก็งกำไร หากใกล้ หรือต่ำกว่า 2.7 บาท เป็นจุดที่น่าสนใจในการซื้อ แต่ต้องรอในบิ๊กล็อตเกิดขึ้นก่อน เบื้องต้นบิ๊กล็อตคาดจะจบภายในภาคเช้าของวัน และเมื่อราคาเริ่มนิ่งค่อยหาจังหวะเข้าซื้อ โดยราคา 2.7 บาท ในอัตราผลตอบแทนเงินปันผลกว่า 5.2%ต่อปี ดูน่าสนใจ และปันผลครึ่งปีแรกยังไม่ประกาศ หากซื้อวันนี้รับปันผลครึ่งปีแรก จะได้รับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลกว่า 2.6% โดยคาดครึ่งปีแรกปันผล 0.07 บาท หมายความว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าลงทุน
ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองเป็น sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้น TTB เพราะราคาเสนอขายที่ 2.64 บาท ต่ำกว่าราคาปิดวานนี้ราว 9% ซึ่งจะกดดันให้ราคาหุ้นวันนี้มีโอกาสลงมาที่ระดับเดียวกันกับราคาเสนอขายได้ (ซึ่งหากราคาหุ้นลงมาที่ระดับดังกล่าวจะทำให้ TTB มี Dividend yield อยู่ในระดับที่น่าสนใจราว 6% แบบไม่รวมปันผลพิเศษที่คาดว่าจะมีเพิ่มหากไม่มีการซื้อหุ้นคืนเพราะราคาปัจจุบันสูงกว่า BVS โดย ไตรมาส 2/69 BVS อยู่ที่ 2.50 บาท, ปี 2569 BVS อยู่ที่ 2.64 บาท โดยเราเอาวงเงินหุ้นซื้อคืนที่เหลืออยู่ 1.4 หมื่นล้านบาท นำมาจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 3 ปี จะเพิ่ม DPS ได้ราว 0.05 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend yield เพิ่มขึ้นอีกราว 1.8%)
สำหรับ ING จะขายหุ้น TTB ได้ทั้งหมดราว 6.9 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็นที่ราว 7.1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด (จากปัจจุบันที่ ING ถืออยู่ 17.5% คำนวณหลังหักโครงการซื้อหุ้นคืนแบบ GO ของ TTB รอบ 4 ที่ 4.19% ดังนั้นหลังจากการทำ Big lot จะเหลือที่ 10.4% โดยหุ้นส่วนที่เหลือของ ING จะติด Lock-up 90 วัน
แต่อย่างไรก็ดี การทำดีลดังกล่าวไม่ได้กระทบกับปัจจัยทางด้านพื้นฐาน ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” TTB และราคาเป้าหมายที่ 3.20 บาท ทั้งนี้ จากการที่เราได้ตรวจสอบข้อมูลในตลาดพบว่า ธุรกรรมดังกล่าว KKP เป็นคนทำดีล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้ KKP ในไตรมาส 3/69 ได้ โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” KKP และราคาเป้าหมายที่ 128.00 บาท
ขณะที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ING Bank N.V. (ING) หนึ่งในผู้ถือหุ้นของธนาคาร ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญของธนาคารฯ ผ่านการเสนอขายหุ้นแบบ เฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน เป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร โดย ING ระบุว่าเป็นการ บริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน
ทั้งนี้ภายหลังการช าระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ING คาดว่า สัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารฯ จะลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ธนาคารฯ ถืออยู่
สืบเนื่องจากการรายงานของ ING ธนาคารฯ ขอชีแจงข้อเท็จจริงและความเห็นต่อธุรกรรมดังกล่าวต่อตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้
1. การบริหารจัดการการลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตาม นโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ธนาคารฯ ไม่สามารถรับทราบล่วงหน้าหรือมีส่วน เกี่ยวข้องในการตัดสินใจแต่อย่างใด
2. ผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพคล่องและสัดส่วน Free Float: การที่ ING ใช้วิธีการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) นอกกระดานหลักให้แก่นักลงทุนสถาบัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงขายจำนวนมากใน ตลาดรองและช่วยจำกัดผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานหลัก
นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าลงทุนในหุ้น TTB ได้โดยตรง และช่วยเพิ่มสัดส่วนการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาว
3. ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกลยุทธ์หลักของธนาคารฯ การปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงานกรอบการกำกับดูแลกิจการ และการดำเนินกลยุทธ์หลักของ ธนาคารฯ แต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมา ธนาคารฯ มีการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่อง และมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก
4. ไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน ธนาคารฯ ได้วางรากฐานและสร้าง ความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการและขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติได้อย่างมี ประสิทธิภาพด้วยทีมผู้บริหารชาวไทย โดยบทบาทหลักของ ING ในปัจจุบันอยู่แต่เพียงในระดับคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) ดังนั้น จึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ธนาคารฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมทั้ง สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน
รวมถึงการ ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 ถึงปี 2571) โดย ณ ปัจจุบัน ธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วเป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ธนาคารสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้
ดังนั้นจึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการถัดไป ซึ่งธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสม โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
ยอดนิยม
โบรกฯ แนะกลยุทธ์เทรด TTB รอรับที่ราคา 2.7 บาท หวังได้ปันผล 5.2% หลังมี “บิ๊กล็อต” ก้อนโต 1.8 หมื่นล้าน
DELTA รายได้ครึ่งปีหลังโตต่อ รับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายแล้ว
โบรกฯ ฟันธงปี 70 ตลาดหุ้นไทยทะลุ 1,800 จุด เงินต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง
TASCO โบรกฯอัพเป้า กลับมาใช้น้ำมันดิบเวเนซุเอลา หนุนกำไรปี 70-71 เพิ่มอีก 27%