DELTA รายได้ครึ่งปีหลังโตต่อ รับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายแล้ว

DELTA โบรกฯ คาดรายได้ครึ่งหลังโตต่อเนื่อง หลังดีมานด์โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ยังแกร่ง ข้อจำกัดวัตถุดิบคลี่คลาย พร้อมชูเป็นหุ้นเด่นเดือน ส.ค. หลังราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า DELTA เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้างของ AI โดยการปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนรายได้ไตรมาส 2/2569 ที่อ่อนแอลงไปมากแล้ว
ขณะที่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่แข็งแกร่ง การผ่อนคลายของข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ การปรับดีขึ้นของ Product Mix และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น จะช่วยหนุนให้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เติบโตอย่างน้อย 20% และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับขึ้นสู่ระดับใกล้ 30% พร้อมอัพไซด์ระยะยาวจากการเพิ่มขึ้นของ CAPEX ด้าน AI ทั่วโลก และสัดส่วนรายได้จาก Delta Thailand ที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ของ DELTA จะยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังบริษัทสามารถบริหารจัดการปัญหาด้านวัตถุดิบได้ ขณะที่ความต้องการคำสั่งซื้อยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากการสอบถามคำสั่งซื้อของลูกค้าและบรรยากาศเชิงบวกหลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ประกาศผลประกอบการในไตรมาสล่าสุด
โดยปีนี้คาดว่า 5 ผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ ได้แก่ Microsoft, Google, Amazon, Meta และ Oracle จะมีงบลงทุนรวม (CAPEX) ราว 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 84% จากช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ NVIDIA คาดว่างบลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI จะสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2570 และอาจเพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้ของ DELTA จะยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังบริษัทสามารถบริหารจัดการปัญหาด้านวัตถุดิบได้ ขณะที่ความต้องการคำสั่งซื้อยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากการสอบถามคำสั่งซื้อของลูกค้าและบรรยากาศเชิงบวกหลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ประกาศผลประกอบการในไตรมาสล่าสุด
โดยปีนี้คาดว่า 5 ผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ ได้แก่ Microsoft, Google, Amazon, Meta และ Oracle จะมีงบลงทุนรวม (CAPEX) ราว 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 84% จากช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ NVIDIA คาดว่างบลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI จะสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2570 และอาจเพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะยาว
ดังนั้น คาดว่ารายได้ของ DELTA ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตอย่างน้อย 20% จากครึ่งปีแรกปี 69 เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เลื่อนรับรู้รายได้มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทยอยรับรู้ในไตรมาส 3/69 และอีกจำนวนมากในไตรมาส 4/69
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะขยายตัวอย่างน้อย 2% จากตไรมาสก่อน กลับสู่ระดับประมาณ 30% โดยได้รับแรงหนุนจากการลดลงของการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง การกลับเข้าสู่ภาวะปกติของต้นทุนจัดหาวัตถุดิบเร่งด่วน การใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ AI ที่ผลิตในเยอรมนี ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าและไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในระดับสูง
ทั้งนี้ Delta Group เป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักในห่วงโซ่อุปทานของ NVIDIA สำหรับระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อน นอกจากนี้ งบลงทุน (CAPEX) ของ NVIDIA ต่อกำลังประมวลผล 1GW มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/GW สำหรับสถาปัตยกรรม Blackwell Ultra เป็น 6–8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ/GW สำหรับ Vera Rubin และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ/GW ในยุค Rosa Feynman ซึ่งเราคาดว่า DELTA จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวในระยะยาว
นอกจากนี้ เชื่อว่าการใช้งาน Agentic AI ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการใช้ Token ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 24 เท่า จากระดับปัจจุบัน อีกทั้งยังมองว่า DELTA มีอัพไซด์ระยะยาวจากการโยกย้ายคำสั่งซื้อจากไต้หวัน โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้ของ Delta Thailand จะเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% ในอีก 2–3 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ยอดขายของ Delta Taiwan เติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 2/69 ขณะที่รายได้ของ Delta Thailand เติบโตเร็วกว่าต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาส ที่ผ่านมา ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของ Delta Thailand เมื่อเทียบกับรายได้รวมของ Delta Taiwan เพิ่มขึ้นจากประมาณ 25–30% ในปี 2565 เป็น 35% ในไตรมาส 2/69 นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องยังอาจเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิของ DELTA ราว 7% อีกด้วย
สำหรับภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนี SOX Index กำลังอยู่ในช่วงการปรับฐานอย่างรุนแรง แม้ว่าการเติบโตของ EPS จะยังคงแข็งแกร่ง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดระดับมูลค่าหุ้น หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นร้อนแรงเกินพื้นฐานในช่วงไตรมาส 2/69
โดยดัชนี SOX Index ให้ผลตอบแทนมากกว่า 88% ก่อนจะปรับฐานลงประมาณ 20% ในเดือน ก.ค. เชื่อว่าเมื่อการปรับฐานสิ้นสุดลงในช่วงไตรมาส 3/69 ซึ่งหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีศักยภาพที่จะกลับมาให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดได้อีกครั้ง
ดังนั้น ยังคงแนะนำ DELTA เป็นหุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์สำหรับเดือน ส.ค. เนื่องจากเชื่อว่าความผิดหวังต่อผลประกอบการไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI ที่อาจมากเกินความจำเป็น และการทยอยลดสถานะของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ leverage ในตลาดหุ้น ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวแย่กว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่มองว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยลบดังกล่าวไปมากแล้ว
ยอดนิยม
โบรกฯ แนะกลยุทธ์เทรด TTB รอรับที่ราคา 2.7 บาท หวังได้ปันผล 5.2% หลังมี “บิ๊กล็อต” ก้อนโต 1.8 หมื่นล้าน
DELTA รายได้ครึ่งปีหลังโตต่อ รับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายแล้ว
โบรกฯ ฟันธงปี 70 ตลาดหุ้นไทยทะลุ 1,800 จุด เงินต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง
TASCO โบรกฯอัพเป้า กลับมาใช้น้ำมันดิบเวเนซุเอลา หนุนกำไรปี 70-71 เพิ่มอีก 27%