โบรกฯ หวั่นตลาดหุ้นไทย โดน “แพนิกเซลล์” ฉุดดัชนีต่ำกว่า 1,320 จุด หากสหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจาล้มเหลว

โบรกฯ คาด SET อาจเผชิญ Panic sell กดดัชนีลงทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่ 1,320-1350 จุด อีกครั้ง หากการเจรจาการทูตในเหตุตะวันออกกลางล้มเหลว แนะถือเงินสดหรือบอนด์ยีลด์ระยะสั้นรับมือ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า แม้ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดเริ่มมีการส่งสัญญาณใช้การทูตเพื่อหาทางออก ซึ่งหากนําไปสู่การลดระดับความตึงเครียดและเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายได้จะเป็น "จุดเปลี่ยนสําคัญ" (Turning Point) ที่ปลดล็อก Geopolitical Risk Premium ที่เคยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมาตลอดหลายสัปดาห์
โดยระยะสั้นคาด SET มีโอกาสดีดตัวอย่างรวดเร็วฟื้นตัวแบบ V-Shape กลับไปทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,450-1,480 จุด จากคาดความหวังเชิงบวกต่อการเริ่มเจรจาซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันที่จะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
แต่อย่างไรก็ดี ทิศทางของ SET ระยะถัดไปขึ้นกับความสําเร็จในการเจรจาเป็นสําคัญว่าจะนําไปสู่ ข้อตกลงสันติภาพที่ถาวร ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกําไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้
หรือ ถ้าการเจรจาที่ล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยง (Panic Sell) ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุดอีกครั้ง ซึ่งแนะนําให้ ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งการเน้นสินทรัพย์ที่มี Duration สั้นจะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา รวมทั้งยังเป็นการสะสมความคล่องตัวเพื่อรอเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีในจังหวะที่ราคาย่อลงมาในอนาคต
ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และมีความคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจา แนะนําให้ปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับระยะเวลาและความผันผวนที่จะเปลี่ยนรูปแบบไป ดังนี้ ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) เน้นความเร็วและ Tactical Play เพราะเมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลงสินทรัพย์เสี่ยงจะดีดกลับทันที (Risk-on) โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกเทขายหนักในช่วงก่อนหน้า กลยุทธ์ระยะสั้น จึงแนะนํา “เข้าซื้อเก็งกําไร”
สําหรับ หุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงแรงและมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV, THAI, BA) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC, BGRIM) โรงพยาบาลระดับบน (BH, BDMS, PR9) และท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, ERW, MINT) และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่อุปทานชะงักงันลดลง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE) ยานยนต์ (AH, SAT, STANLY) วัสดุก่อสร้าง (SCC) และบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
รวมไปถึง หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย Short Covering ซึ่งเป็นหุ้น SET50 ที่มีปริมาณขายชอร์ตเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ในช่วงเกิดวิกฤติ ได้แก่ LH, WHA, BTS, AOT, BDMS, CPF, MINT, AWC, HMPRO, OR ขณะที่แนะนําระมัดระวังแรงขายในหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) หลังราคาน้ำมันปรับฐาน และ ทองคํา (Gold) และหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ (Defense) จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่หายไป
สำหรับระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นความทนทานเพื่อสู้กับ Stagflation เพราะแม้สงครามจะสงบ แต่ราคาน้ำมัน Brent ที่ฐานใหม่ เช่น 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังคงสูงกว่าอดีต 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทําให้เกิดภาวะเงินเฟ้อฝังตัว (Sticky Inflation) และกระทบกําลังซื้อลดลง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทนระยะกลางจึงแนะนํา “ทยอยซื้อสะสม” สําหรับหุ้นที่มี High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็วเพราะเป็นสินค้าจําเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย รวมทั้งมีความเสี่ยงจํากัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC, TRUE) การแพทย์ (BDMS, BH, CHG, BCH) และพาณิชย์ (CPALL, CPAXT, BJC, CPN, CRC)
และ ระยะยาว (6-12 เดือนขึ้นไป) เน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะวิกฤติในตะวันออกกลางที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไป 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดจะเป็นบทเรียนที่เร่งให้ภาครัฐและธุรกิจทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล พร้อมหันไปเตรียมเข้าสู่พลังงานทางเลือกซึ่งเป็น New Normal ด้านพลังงานเร็วขึ้น
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนระยะยาวจึงแนะนํา “ซื้อลงทุน” สําหรับหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก (Renewable Energy) อาทิ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL) ที่จะได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐและอุปสงค์จากภาคเอกชนที่ต้องการลดความผูกพันกับฟอสซิล, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) ที่รองรับฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และกลุ่มติดตั้งสถานีชาร์จหรือ Solar Rooftop
ยอดนิยม
SCB ล้มดีลยักษ์ 3.1 หมื่นลบ. ยกเลิกซื้อ “Home Credit Vietnam” จับมือจีน-เกาหลี ลุย Virtual Bank
PTT เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งขนส่งกระจายน้ำมัน ลั่นเดินหน้าจัดหาน้ำมันให้เพียงพอ
โบรกฯ หวั่นตลาดหุ้นไทย โดน “แพนิกเซลล์” ฉุดดัชนีต่ำกว่า 1,320 จุด หากสหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจาล้มเหลว
เปิดโผหุ้นตัวท็อป! ได้ประโยชน์ รัฐบาลอัด 7 ไม้เด็ด ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันแพง