Talk of The Town

PIS โบรกฯชี้กำไรจ่อพุ่ง 2 ปีซ้อน เติมแบ็กล็อกต่อเนื่อง ลุ้นฟื้นตัวเด่นรับงาน ICT ภาครัฐ


20 กรกฎาคม 2569

PIS โบรกฯชี้_S2T (เว็บ)_0.jpg

PIS โบรกฯ ชูหุ้นเด่นกลุ่มรับเหมาไอที กำไร-แบ็กล็อกโต 2 ซ้อนปี ลุ้นราคาฟื้นตัวเด่น รับงาน ICT ภาครัฐ-งานเอกชน คาดรายได้แตะ 5-6 พันล้านบาท กำไรยืน 500 ล้านบาท ต่อปี

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองต่อ PIS ว่า มีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยกำไรปกติเพิ่มขึ้นจาก 102 ล้านบาท ในปี 2567 เป็น 273 ล้านบาท ในปี 2568 หรือคิดเป็นการเติบโต 167%  ขณะที่แนวโน้มการเติบโตยังต่อเนื่อง โดยกำไรปกติ 1/69 เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกัน 

ด้านงานในมือ (Backlog) ปรับเพิ่มจาก 2.1 พันล้านบาท ณ ช่วง 9 เดือนปี 67 เป็น 3.5 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 หรือเติบโต 66% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 4.4 พันล้านบาท ณ สิ้น ไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกัน แม้ว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ในปี 2568 ไปแล้วกว่า 3.1 พันล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทสามารถชนะงานใหม่ได้เร็วกว่าการรับรู้รายได้ ส่งผลให้ Backlog ยังคงอยู่ในระดับสูง Pipeline งานปี 2569 อยู่ในระดับสูง 

โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 15% จากปีก่อน โดยในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าบริษัทชนะงานประมูลแล้วกว่า 3.0-4.0 พันล้านบาท ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมีแผนเข้าร่วมประมูลงานเพิ่มเติมอีกหลายพันล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งปี 2568 ที่ 3.1 พันล้านบาท สะท้อน Pipeline งานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากงานภาครัฐ บริษัทเริ่มขยายฐานลูกค้าสู่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน ผ่านการประมูลงาน ERP ซึ่งแม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจาะตลาด แต่หากประสบความสำเร็จจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ และลดการพึ่งพางานภาครัฐในระยะยาว 

นอกจากนี้ ยังมองว่าการลงทุนด้าน Digital Infrastructure เพื่อรองรับการยกระดับระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่บริษัทสามารถต่อยอดได้ในอนาค  ประมาณการเบื้องต้น คาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 23% ในช่วงสองปีจากนี้ 

โดยคาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน และเร่งตัวเป็น 415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนในปี 2570 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 23% ในช่วงปี 2569-2570 โดยอิงสมมติฐานรายได้เติบโต 14.7% ในปี 2569 และ 20.3% ในปี 2570 

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต และอัตรากำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการได้ประโยชน์จาก Economies of Scale ในระยะกลาง มองว่ายังมีอัพไซด์ต่อประมาณการ หากการขยายตลาดสู่ภาคธนาคารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นไปตามแผน 

โดยรายได้มีโอกาสเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.0-6.0 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งอาจผลักดันกำไรปกติให้สูงกว่า 500 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม มองว่าสมมติฐานดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการชนะงานใหม่และการขยายฐานลูกค้า จึงน่าจะเกิดขึ้นในระยะกลางมากกว่าจะสะท้อนในผลประกอบการทันที

ทั้งนี้ คาด EPS 2026 ที่ 0.59 บาทต่อหุ้น และ EPS ปี 2027 ที่ 0.77 บาทต่อหุ้น อิงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ไม่ต่ำกว่า 40% คาด DPS 2569 ที่ 0.24 บาทต่อหุ้น  และ DPS ปี 2570 ที่ 0.31 บาทต่อหุ้น ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น P/E ปี 2569 ที่ 8.8 เท่า และ P/E ปี 2570 ที่ 6.8 เท่า คาดผลตอบแทนเงินปันผลปี 2569 ที่ 4.6%  

ขณะเดียวกันประเมินมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นของ PIS ณ สิ้นปี 2026 ที่ 7.10 บาทต่อหุ้น โดยอิง P/E ที่ 12 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาวของกลุ่ม System Integrator (SI) ในภาวะปกติ และยังต่ำกว่าหุ้นรับเหมาไอทีที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐ เช่น FORTH และ DITTO ที่ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับประมาณ 15-16 เท่า ขณะที่หากอิงประมาณการกำไรปี 2570 มูลค่าหุ้นมีโอกาสขยับขึ้นสู่ 9.20 บาทต่อหุ้น เป็นกรอบบนในการเก็งกำไรการฟื้นตัวของงานรัฐในรอบนี้ 

แม้จะยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับ PIS เนื่องจากบริษัทยังเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มี Track Record ของผลประกอบการและข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ในฐานะบริษัทจดทะเบียนค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี จากการประเมินเบื้องต้น มองว่าพื้นฐานของ PIS มีความน่าสนใจจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 

หากผลประกอบการเติบโตได้ตามประมาณการ หุ้นยังซื้อขายที่ระดับ Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และบริษัทมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล คิดเป็น Dividend Yield ใกล้เคียง 5% ต่อปี  

รวมถึงยังมี Upside ต่อประมาณการ หากบริษัทสามารถชนะงานโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงที่การลงทุนภาครัฐด้าน ICT มีแนวโน้มกลับมาเร่งตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะถัดไป

PIS