Talk of The Town

ตลาดหุ้นไทย เสี่ยงปรับฐาน! สงครามตะวันออกกลางเดือดไม่จบ นักวิเคราะห์ แนะนำกอดเงินสด


23 มีนาคม 2569

ตลาดหุ้นไทย_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ เสี่ยงปรับฐาน มองกรอบ 1,415 – 1,440  จุด หลังสงครามตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันยืนระดับสูง แนะยังไม่ต้องเร่งเข้าลงทุน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 443 จุด (-0.96%) นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.3% นับเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 4 ปี นักลงทุนกังวลอุปทานน้ำมันหายไปจากการโจมตีแหล่งพลังงาน

โดยวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องนักลงทุนกังวลกับสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งภายหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกมาระบุว่าจะเตรียมลดระดับสงครามกับอิหร่าน 

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมากลับบอกว่าอาจทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าซึ่งบ่งชี้ถึงความผันผวนข่าวสารจากสงครามที่มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง แต่หากไปดูการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆ

โดยในช่วงปิดตลาดวันศุกร์จะพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับขึ้น ราคาทองคำปรับลงอย่างมีนัยยะ เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องทดสอบ 32.8 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ CME FED Watch ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ เชื่อว่า FED จะคงดอกเบี้ยยาวและจะไปลดดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนปีหน้า  

ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยในประเทศเริ่มเห็นการเริ่มขยับราคาน้ำมันขึ้นโดยเฉพาะ E20 Diesel และอื่นๆมองว่ารัฐบาลอาจมีการอุดหนุนน้อยลงจากราคาต้นทุนที่ขยับขึ้นหากสถานการณ์ยังลากยาวมีความเป็นไปได้เช่นกันที่รัฐบาลอาจค่อยๆปรับราคาน้ำมันขึ้นซึ่งจะกดดันต่อเศรษฐกิจไทยการบริโภคและเงินเฟ้อ

สำหรับสัญญาณจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลพบว่า Thai Bond Yield อายุ 10 ปีขยับขึ้นแรงกว่า 2 ปี บ่งชี้มุมมองเงินเฟ้อไทยอาจมีผลระยะยาวแต่ก็กังวลกับเศรษฐกิจในระยะสั้น สถานการณ์เช่นนี้อาจไม่ดีกับตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามเป็นบวกเชิงจิตวิทยากับหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ดังนั้น วันนี้ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,415 – 1,440 จุด ตลาดยังมีแรงกดดันจากความผันผวนปัจจัยสงคราม และราคาน้ำมันดิบยังยืนระดับสูงสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อรวมถึงการดำเนินนโยบายการเงิน ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะไม่เร่งร้อนเข้าลงทุน ตลาดยังมีโอกาสเสี่ยงกลับมาปรับฐานในระยะถัดไป 

อย่างไรก็ตาม หากประสงค์ลงทุนระยะสั้นเน้นที่กลุ่มพลังงาน (PTTEP) Defensive (BDMS, ADVANC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL, KBANK, KTB, SCB) ปัจจัยหนุนเกี่ยวกับดอกเบี้ยผ่านจุดต่ำสุด อาหาร (CPF) ศูนย์การค้า (CPN)

SET