รวบ 23 หุ้นเตรียมได้ผลดี หาก “เพื่อไทย” ชิงยุบสภาก่อน โบรกฯ มองโอกาสเกิดขึ้นสูงถึง 50%
การเมืองกำลังร้อนแรงไม่หยุด แม้พรรคประชาชน ยังไม่ได้มีมติการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใดจัดตั้งรัฐบาล แต่หากประกาศสนับสนุน นายอนุทิน นักวิเคราะห์มองพรรคเพื่อไทย อาจใช้อำนาจประกาศ “ยุบสภา” ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้น 50% และมองบวกมากสุด เพราะทำให้มีการเลือกตั้งได้เร็วขึ้น ชู 23 หุ้น เตรียม outperform
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พรรคประชาชน (ปชน.) รายงานวานนี้ว่า พรรคยังไม่ได้มีมติการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใดจัดตั้งรัฐบาล โดยจะยังคงเปิดให้สมาชิกพรรคได้แสดงความคิดเห็นต่ออีก 1 วัน
ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน มีกำหนดการประชุมวันนี้ (3 กันยายน) เพื่อตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง (ภายในไม่เกิน 4 เดือน) มีการคาดการณ์ว่า จะมี 3 ทางเลือกหลัก (scenario) ที่จะเกิดขึ้น คือ
Scenario #1 สนับสนุน นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย),
Scenario #2 สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกุล (พรรคภูมิใจไทย)
และ Scenario #3 พรรคเพื่อไทย ใช้อำนาจประกาศ “ยุบสภา” ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี
ในขณะที่ วิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาล มีวาระการพิจารณาเรื่องการกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (คาดว่าจะเป็นวันที่ 5 กันยายน)
โดยฝ่ายวิจัย มองว่า ไม่ว่าผลจะออกมาใน scenario ไหน (จาก 3 scenarios) ตลาดหุ้นไทยจะตอบรับในเชิงบวก เพราะทั้ง 3 scenarios จะนำไปสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นระยะสั้น
จาก 1.รัฐบาลใหม่ (ชั่วคราว) จะเร่งการใช้จ่ายงบประมาณ, 2.งบประมาณการเลือกตั้ง ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ และ 3.การคาดหวังว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
Scenario#1: พรรคประชาชนเลือกที่จะสนับสนุน นายชัยเกษม (เพื่อไทย) (โอกาสที่จะเกิด 20%) มองเป็นบวกปานกลาง จากนโยบายและโครงการส่วนใหญ่ของรัฐบาลปัจจุบันยังดำเนินการต่อได้ ประกอบกับมีโอกาสที่จะประกาศยุบสภาได้ในระยะเวลาเร็วกว่า 4 เดือน
Scenario#2: พรรคประชาชนเลือกที่จะสนับสนุน นายอนุทิน (ภูมิใจไทย) (โอกาสที่จะเกิด 30%) มองเป็นบวกน้อยที่สุด เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะใช้เวลานานกว่าและมีโอกาสที่นโยบายและโครงการส่วนใหญ่ของรัฐบาลปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือชะลออกไป จากการเปลี่ยนคณะรัฐบาล ในขณะที่การประกาศยุบสภาต้องใช้เวลานานกว่า คาด 4 เดือน
ประเมินหุ้นที่มีโอกาส outperform มากสุด ได้แก่ STECON, CPALL, GLOBAL, CENTEL โดยมีโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะนำเอาบางนโยบายที่เคยหาเสียงไว้มาใช้ ดังนี้
1. โครงสร้างพื้นฐานและท้องถิ่น - นโยบาย “กระจายงานรัฐสู่ท้องถิ่น” เช่น ถนน โรงพยาบาลชุมชน เอื้อให้ผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้างได้งานต่อเนื่อง (Commerce (home improvement: GLOBAL, DOHOME)
2. การท่องเที่ยวและ Wellness - นโยบายกระตุ้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical tourism) กลุ่มท่องเที่ยว (ERW, CENTEL, AOT, AAV), กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CRC), กลุ่มโรงพยาบาล (BH, BDMS)
3. มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย - โครงการพักหนี้ 3 ปี ไม่เกิน 1 ล้านบาท/คน ดอกเบี้ยไม่มาทบต้น ทบดอก, เงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีค้ำประกัน กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB), กลุ่มการเงิน (MTC, SAWAD)
ขณะที่ Scenario#3: พรรคเพื่อไทย ใช้อำนาจประกาศ “ยุบสภา” (หากพรรคประชาชนประกาศสนับสนุน นายอนุทิน) (โอกาสที่จะเกิด 50%) มองเป็นบวกมากที่สุด เพราะจะทำให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ที่เร็วที่สุด ในขณะที่คณะรัฐมนตรีปัจจุบันยังปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม
ประเมินหุ้นที่มีโอกาส outperform มากสุด ได้แก่ CPALL, HMPRO, PLANB, CK ทั้งนี้ สำหรับ sector/หุ้น ที่จะได้ประโยชน์หลัก ๆ ได้แก่:
1. กลุ่มค้าปลีก – บริโภค: CPALL, BJC, CRC, HMPRO, CPAXT, CPN – ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย
2. กลุ่มสื่อสาร – สื่อโฆษณา: ADVANC, TRUE, PLANB - การเลือกตั้งทำให้มีการใช้สื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น รวมถึงรัฐบาลใหม่มักมีนโยบายดิจิทัล/สื่อสาร
3. กลุ่มธนาคาร - BBL, KTB, KBANK, SCB – จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและหนุนสินเชื่อเพิ่มขึ้นได้
4. กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: CK, STECON - ได้อานิสงส์จากนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (รถไฟฟ้า ถนน สนามบิน ท่าเรือ) ที่รัฐบาลใหม่จะผลักดันเพื่อสร้างความนิยม
5. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: SPALI, SIRI, AP, ORI - คาดหวังจะได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระตุ้นกำลังซื้อบ้าน
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง