Talk of The Town

KBANK เป้าเดือด 285 บาท โบรกฯ ชี้มีลุ้นปันผลเพิ่มขึ้น ลุ้นยอดสินเชื่อพุ่งสูงกว่าเป้า เชียร์ “ซื้อ”


04 สิงหาคม 2569

KBANK เป้าเดือด 285 บาท_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

KBANK ฮอตไม่เลิก! โบรกฯ ให้เป้าหมายพุ่ง 285 บาท จับตามีลุ้นจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น แถมอาจเห็นการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 ที่ระดับกรอบบนหรือสูงกว่าเป้าหมาย เชียร์ “ซื้อ”

นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 69-71 ของ KBANK ขึ้น 3.5%, 2.7% และ 2.6% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการในไตรมาส 2/69 ที่ออกมาดี คงคำ แนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 285 บาท (จากเดิม 260.00 บาท)

ทั้งนี้ผู้บริหารยืนยันโยบายการจ่ายเงินปันผลที่อัตราการจ่ายขั้นต่ำ 50% และ 50–60% ในระยะกลาง แม้ว่าธนาคารจะยังไม่ได้ให้แนวทางที่ชัดเจน แต่คาดว่าจะมีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงขึ้น ทั้งนี้ KBANK ได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นมูลค่า 3.48 พันล้านบาท จากงบประมาณรวม 8.8 พันล้านบาท ในเดือนม.ค.69 หรือคิดเป็น 40% ของงบประมาณดังกล่าว เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วน P/B ที่อยู่ใกล้ระดับ 1.0 เท่า ประกอบกับภาวะราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่าธนาคารมีแนวโน้มบริหารเงินกองทุนส่วนเกินด้วยการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลหรือจ่ายเงินปันผลพิเศษในอนาคต

นอกจากนี้ผู้บริหารคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิในปี 69 ไว้ที่ระดับ mid to high single digits แม้ว่าจะรายงานการเติบโตเพิ่มขึ้น 22.4% ในครึ่งปีแรก 69 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ทั้งนี้ ธนาคารระบุว่าผลกระทบโดยรวมต่อกำไรสุทธิจากกฎควบคุมค่าธรรมเนียมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5–2% อย่างไรก็ตาม จากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูง ธนาคารคาดว่าผลกระทบที่มีต่อ KBANK จะอยู่ที่ 2–3%

ขณะเดียวกันผู้บริหารให้ข้อมูลว่าน่าจะเห็นการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 ที่ระดับกรอบบนหรือสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ในไตรมาส 2/69 มีความต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนจากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 แม้คาดว่าจะมีการชำระคืนสินเชื่อบางส่วนในช่วง ครึ่งปีหลังของปี 69 แต่ยังเชื่อว่าธนาคารจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่วางไว้ได้ โดย KBANK ระบุว่าธนาคารจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (corporate loan)