Talk of The Town

HANA-KCE โบรกฯสั่งขาย ให้ราคาเหมาะสม ต่ำกว่ากระดาน ชี้ราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปแล้ว


04 สิงหาคม 2569

HANA-KCE โบรกฯสั่งขาย_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ สั่งขาย 2 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ ให้ราคาเหมาะสมต่ำกว่า HANA ราคาเหมาะสม 28 บาท หลังราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีแล้ว-กำไรยังไม่ขึ้นดีดทันที ฟาก KCE ราคาเหมาะสม 25 บาท ราคาหุ้นสะท้อนข่าวดี-ข้างหน้ามีความผันผวนราคาวัตถุดิบรอแล้ว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ราคาเป้าหมายของ HANA อยู่ที่ 28 บาท อิงจาก P/E ที่ 27 เท่า ทั้งประมาณการกําไรและราคาหุ้นต่างก็สะท้อนความคาดหมายถึงการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังปี 69 ไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่เห็นว่ากําไรดีดตัวขึ้นมาแล้วอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงยังคงคําแนะนํา “ขาย”

ทั้งนี้ ยังคงคาดว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในครึ่งปีหลังปี 69 นําโดย cooling solutions สําหรับอุปกรณ์ HBM และGPU หลังจากที่ HANA ผนึกพันธมิตรกับ Phononic โดยกําลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติจากลูกค้า และ Phononicได้ทําสัญญาการผลิตแบบ mass-production ฉบับที่สองแล้ว 

และการทดสอบ high-density PCBA สําหรับ data transmission applicationsโดยคาดว่าจะเพิ่มการผลิตในไตรมาส 3/69 และ เดินเครื่องเต็มกําลังการผลิตภายในปลายไตรมาส 4/69 -1/70 และอุปกรณ์ SiC solid-state transformer ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ PMS โดยตั้งเป้าจะเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 2/70 และ 4/70 

อย่างไรก็ตาม ในประมาณการกําไรปี 2569 คาดเอาไว้แล้วว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลังปี 69 เพราะกําไรในงวดครึ่งปีแรกปี 69 คิดเป็นเพียง 19% ของประมาณการกําไรเต็มปี

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ราคาเป้าหมายของ KCE ไว้ที่ 25 บาท อิงจากP/E ที่ 30 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีต) ทั้งนี้ราคาปิดล่าสุดคิดเป็น P/E ที่ 49 เท่า ซึ่งน่าจะสะท้อนแนวโน้มบวกไปแล้ว ในขณะเดียวกันมองว่ายังมีความไม่แน่นอนทางด้านต้นทุนรออยู่ข้างหน้า ซึ่งอาจจะหักล้างผลบวกจากการขึ้นราคาดังนั้น  จึงยังคงคําแนะนํา “ขาย” 

ทั้งนี้ คาดว่ากําไรของ KCE จะดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันและครึ่งปีแรก ในครึ่งปีหลังปี 69 โดยสาเหตุสําคัญมาจากการปรับราคาขายกับลูกค้า อย่างไรก็ตาม อานิสงส์จากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะไม่ได้สะท้อนไปที่กําไรสุทธิอย่างเต็มที่เนื่องจากต้นทุนหลายรายการยังแพงอยู่ อย่างเช่น ทองแดง

และอุปสงค์ยานยนต์อาจจะยังอ่อนแอ เพราะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะลดลง 0.2% ในปี 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้า และ ระดับการเปลี่ยนมาใช้ EV ที่แตกต่างกันไป  เราคาดว่ามาตรการประหยัดต้นทุนจะช่วยบรรเทาผลกระทบไปได้บ้าง 

ทั้งนี้ ประมาณการกําไรปี 2569 สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังปี 69 เพราะกําไรในงวดครึ่งปีแรกปี 69 คิดเป็นเพียง 39% ของประมาณการกําไรเต็มปีของเรา ในขณะเดียวกัน มองว่าไม่ค่อยมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นดังนั้นประมาณการกําไรจึงมีอัพไซด์จํากัด