
เมื่อธุรกิจให้บริการ Cloud และ Data Center เป็น Mega Trend ที่กำลังเติบโตไปทั่วโลก และสอดคล้องกับนโยบาย Cloud First Policy ของรัฐบาลไทย ที่หวังใช้เป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
ขณะเดียวกันการให้บริการ Cloud และ Data Center นี้กำลังสอดรับกับนโยบาย Cloud First Policy ของภาครัฐ ที่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐมีการใช้งาน Cloud เพื่อรองรับการบริการให้เข้าถึงประชาชนอย่างสะดวกและรวดเร็ว
ล่าสุดหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการ Cloud ระบุว่า ธุรกิจ Cloud ทั่วโลกมีแนวโน้มการเติบโตได้กว่าปีละ 22% ต่อเนื่องมาโดยตลอด และอย่างยิ่งในปีนี้เองก็คาดการณ์กันว่าธุรกิจ Cloud ทั่วโลกจะเติบโตได้อีกอย่างน้อย 20%
โดย ในครั้งนี้จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักหนึ่งในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ให้บริการและพัฒนา Local Cloud ในไทยมาอย่างยาวนานนั้นก็คือ บริษัท เทอร์ราไบท์ พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ TERA
“เทอร์ราไบท์ พลัส” หรือ TERA มีลักษณะธุรกิจคือ จัดจำหน่ายและให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการขนส่งกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ และให้บริการ IT Outsourcing สำหรับบริษัทที่กำลังเตรียมตัวเสนอขายหุ้นไอพีโอ“
โดยผู้บริหารคุณสุรสิทธิ์ คิวประสพศักดิ์ เคยระบุไว้ว่าภายหลังจากการระดมทุน มีนโยบายมุ่งเน้นเรื่องของการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และรักษาคุณภาพบริการ T.Cloud ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง จึงลงทุนระบบ Cloud มูลค่า 60 ล้านบาท
รวมถึงจะมีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโต ด้วยการลงทุนราว 70 ล้านบาทตั้งแต่ในปี 68 – 69 ส่วนเงินที่เหลือจากการระดมทุนในครั้งนี้ ก็จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการในช่วงปี 67-68 จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น และผลการดำเนินงานที่เติบโต
และยังรวมไปถึงการทำให้คุณภาพและบริการดีขึ้น เพิ่มจุดขายได้มากขึ้น ตลอดจนจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันอย่างก้าวกระโดด และมีเป้าหมายจะเน้นการเติบโตที่มาจาก Organic และ Inorganic
โดยในช่วงที่ผ่านมา TERA ได้ดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ด้วยการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ ซึ่งได้ตัดสินใจลงทุนโครงการ T.Cloud Gen3 ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการบริการคลาวด์ที่ได้มาตรฐานขององค์กรต่างๆ
ทั้งนี้ TERA ให้บริการและพัฒนา Local Cloud ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการให้บริการ T.Cloud Gen1 ในปี 59 ต่อมาในปี 61 ได้พัฒนาเป็น T.Cloud Gen2 และปัจจุบันเป็น T.Cloud Gen3 ต่อยอดความสำเร็จจากประสบการณ์เกือบ 8 ปี ซึ่งเป็นการให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชน”
สำหรับแผนในปี 68 คุณสุรสิทธิ์ วางเป้าหมายจะเติบโตประมาณ 24% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนรายได้ Recurring ที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยพึ่งพิงสัดส่วนรายได้จากงานโปรเจกต์น้อยลง ประกอบการมีแบ็กล็อกอยู่ในมือระดับที่มากพอสมควร
ขณะเดียวกันคุณสุรสิทธิ์ ยังบอกอีกว่า TERA ได้วางเป้าหมายจะมีสัดส่วนรายได้จากภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 15% จากเดิมอยู่ในระดับ 5% ซึ่งเป็นการขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจให้มากขึ้น เพื่อเป็นการชดเชยการลงทุนของภาคเอกชนที่ลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มมีการพัฒนาเพื่อรองรับงานโปรเจกต์จากทางภาครัฐมาโดยตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนโยบาย Cloud First Policy ของภาครัฐจะเป็นส่วนช่วยให้ TERA ขยายงานไปยังกลุ่มภาครัฐได้เพิ่มมากขึ้น
ประกอบกับงานด้าน Solutions AI ที่ภาครัฐมีความจำเป็นจะต้องใช้ มูลค่าโครงการประมาณหลักร้อยล้านบาท ซึ่งจะเป็นการขายแบบ Solutions และ Hardware รวมกัน ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นอัพไซด์ที่จะทำให้ TERA มีรายได้เติบโต 24% ได้ตามแผน
สำหรับ Key Success ที่ทำให้ TERA ประสบความสำเร็จ ตามที่คุณสุรสิทธิ์ บอกไว้ก็คือ ทีมงานที่มีคุณภาพ และด้วยการที่บริษัทระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ทำให้มีกระแสเงินสดก้อนใหญ่เข้ามา
แต่ในขณะเดียวกันบริษัทมีความระมัดระวังในด้านของการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการลงทุนจะต้องลงทุนในธุรกิจที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ TERA
ประเภทลงทุนแบบระมัดระวังมาก เราจะจ่ายเงินลงทุนแบบธุรกิจจะต้องเข้ามาเสริมไม่ได้เข้ามาเป็นภาระ รวมไปถึงโอกาสการเติบโตแบบ Organic และ Inorganic ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง