Talk of The Town

KTB มีของ! ฐานดิจิทัลแกร่ง แอปเป๋าตัง-Krungthai NEXT ต่อยอดการสร้างรายได้


09 ตุลาคม 2569

KTB มีของ_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ ชี้ KTB ยังมีโอกาสอีกมากในการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิในระยะกลางถึงระยะยาว ชูแอป เป๋าตัง และ Krungthai NEXT เป็นศูนย์กลาง เพื่อเปลี่ยนปริมาณการใช้งานให้เป็นยอดขายผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อ” KTB  ราคาเป้าหมาย 47 บาท โดยมองว่า KTB สามารถใช้ digital ecosystem ของธนาคาร ซึ่งมีแอป เป๋าตัง และ Krungthai NEXT เป็นศูนย์กลาง เพื่อเปลี่ยนปริมาณการใช้งานให้เป็นยอดขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต โดยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งสูง (cross-selling) ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ เป๋าตัง เปลี่ยนปริมาณการใช้งานให้เป็นกำไร โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคารสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มในระดับสูง แต่กิจกรรมส่วนใหญ่ยังสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมโดยตรงค่อนข้างจำกัด ขั้นตอนต่อไปคือการเปลี่ยนปริมาณการใช้งานดังกล่าวให้เป็นยอดขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน KTB มีโอกาสต่อยอดได้อีกมากจากแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ 

ได้แก่ เป๋าตัง ซึ่งมีผู้ใช้ 40 ล้านราย และ Krungthai NEXT ซึ่ง มีผู้ใช้ 22 ล้านราย ธนาคารสามารถใช้ ecosystem ดังกล่าวเป็นช่องทางจัดจำหน่ายกองทุนรวม ประกันภัย พันธบัตร สินเชื่อ ผลิตภัณฑ์ด้านการบริหารความมั่งคั่ง และบริการทางการเงินต่าง ๆ โดยมีต้นทุนส่วนเพิ่มในการหาลูกค้าค่อนข้างต่ำ การเปลี่ยนผู้ใช้งานดิจิทัลให้เป็นลูกค้าที่ใช้บริการทางการเงินและสร้างรายได้ให้แก่ธนาคารได้มากขึ้น จะช่วยสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง 

โดยปัจจุบัน เป๋าตัง สร้างรายได้แล้ว แต่ส่วนใหญ่มาจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนรูปแบบการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรม ไปสู่การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการปล่อยสินเชื่อ เพื่อสร้างรายได้ที่สูงขึ้นและมีความต่อเนื่องมากขึ้น

ทั้งนี้สินเชื่อดิจิทัลและค่าธรรมเนียมจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต โดยมองว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิผ่านแอป เป๋าตัง มีโอกาสสร้างกำไรเพิ่มเติมจากประมาณการปัจจุบันของฝ่ายวิจัย  โดยอยู่ที่ 93 ล้านบาทในปี 2569 หลังจากนั้นคาด 227 ล้าน บาท ในปี 2570 (0.5% ของประมาณการกำไรสุทธิ) และ 436 ล้านบาทในปี 2571 (0.8% ของประมาณการกำไรสุทธิ) 

KTB สามารถหาลูกค้าใหม่ผ่านแอป เป๋าตัง และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้แก่ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อดิจิทัล กองทุนรวม ประกันภัย รวมถึงหุ้นกู้ดิจิทัลและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ KTB ยังมี โอกาสสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ เพิ่มขึ้นได้อีก การเปลี่ยนผู้ใช้ เป๋าตัง ให้เป็นผู้กู้ผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นจะช่วยหนุนการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่การขายกองทุนรวม ผลิตภัณฑ์แบงก์แอสชัวรันส์ พันธบัตร และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ลูกค้าเดิม จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม เมื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มขยายตัวมากขึ้น KTB จะสามารถสร้างรายได้ประจำจากฐานผู้ใช้งานดิจิทัลได้เพิ่มขึ้น

ส่วนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัลให้แก่ลูกค้าเดิม (digital cross-selling) และธุรกรรมทางการเงิน เป็น 3 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมของ KTB ซึ่งคาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย (KTAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ KTB จะขยายตัวในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากธนาคารจะขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งสูงได้มากขึ้นและเข้มข้นขึ้น 

โดยประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิของ KTB ที่ 2.52 หมื่นล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้น 10% และ 2.59 หมื่นล้านบาทในปี 2570 เพิ่มขึ้น 3% หนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อและธุรกรรมทางการเงิน อัตราส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิต่อรายได้จากการดำเนินงานของ KTB อยู่ที่ 14% ในปี 2568 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารที่ฝ่ายวิจัยให้คาแนะนำซึ่งอยู่ที่ 17% 

ทั้งนี้คาดอัตราส่วนดังกล่าวของ KTB จะเพิ่มขึ้นเป็น 17% ในปี 2571 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารที่ให้คำแนะนำซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 20% ในปี 2571 

กล่าวโดยสรุป KTB ยังมีโอกาสอีกมากในการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิในระยะกลางถึงระยะยาว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยกระจายแหล่งรายได้ให้พึ่งพารายได้ NII ลดลง และหนุน ROE เนื่องจากธุรกิจที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมใช้เงินทุนและงบดุลน้อยกว่าธุรกิจสินเชื่ออย่างมาก

KTB