
โบรกฯ ชู THAI-BA เด่นสุดหุ้นสายการบิน ชี้ THAI การเติบโตชัดเจน มองแนวโน้มกำไรปกติปี 70 ที่คาดกลับมาเติบโต 33% ส่วน BA เก็งงบไตรมาส 3/69 และรับปันผล จากจุดแข็ง เส้นทางสมุยและ Dividend Yield ช่วยจำกัด Downside ขณะที่ แนะนำ รอจังหวะลงทุน จับตา ความคืบหน้าด้านฐานะ การเงินของ AirAsia Group Bhd.
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มสายการบินที่ Neutral โดย Top Picks เลือก THAI การเติบโตชัดเจน และ BA เก็งงบไตรมาส 3/69 และรับปันผล
สำหรับ THAI (ราคาเป้าหมาย 8 บาท) จากแนวโน้มกำไรปกติปี 70 ที่คาดกลับมาเติบโต 33% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม, แผนเพิ่มฝูงบินเชิงรุกกลับไปเหนือระดับปี 2562 รวมถึงกลยุทธ์ Network และ Premiumization ที่หนุนการเติบโตระยะยาว
อีกทั้งแนะนำทยอยสะสม BA (ราคาเป้าหมาย 22.50 บาท) จากจุดแข็ง เส้นทางสมุยและ Dividend Yield ช่วยจำกัด Downside ส่วน AAV (ราคาเป้าหมาย 1 บาท) แนะนำ รอจังหวะลงทุน เมื่อการฟื้นตัวของกำไรมีความชัดเจนขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดจีนและความคืบหน้าด้านฐานะ การเงินของ AirAsia Group Bhd.
โดย คาดผลประกอบการกลุ่มสายการบินผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2/69 ซึ่งจะทยอยฟื้นตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อน ต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 69 แม้จะยังอ่อนแอ จากช่วงเดียวกันของปีกิ่น
ทั้งนี้ไตรมาส 3/69 คาด THAI ฟื้นตัวจากการเพิ่ม Capacity และ บริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ขณะที่ BA ได้ประโยชน์จาก High Season สมุย (ราว 50% ของรายได้รวม) ส่วน AAV มีโอกาสรายงานขาดทุนต่อเนื่อง แต่จะได้ประโยชน์จากต้นทุน Jet Fuel (Lag Time 1 เดือน) ที่ลดลงจากไตรมาสก่อน และค่าโดยสารที่สะท้อนต้นทุนได้ดีขึ้น
ส่วนไตรมาส 4/69 ดีมานด์ช่วง High Season จะหนุน การฟื้นตัวของกลุ่ม ทั้งนี้ราคา Jet Fuel เฉลี่ยนับจากต้นไตรมาส 4 ถึงปัจจุบัน (Lag Time 1 เดือน) ที่ 170 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน และ 91%ช่วงเดียวกันของปีก่อนสะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ความสามารถในการปรับ ค่าโดยสารและบริหาร Capacity ให้สอดคล้องกับดีมานด์ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาการทำกำไร
ทั้งนี้ ความอ่อนแอของผลประกอบการกลุ่มสายการบินในปี 69 คาดลดลง 44% YoY กดดันจากสงคราม ที่ทำ ให้ต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและเกิดข้อจำกัดการเดินทางมากกว่าการหดตัวเชิงโครงสร้างของดีมานด์ โดย IATA ยังคาดปริมาณการเดินทางทางอากาศทั่วโลก (Global RPK) ปี 69 เติบโต 2% จากปีก่อน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) คาดเติบโตสูงถึง 5% จากปีก่อน สะท้อนโอกาสฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยตามการขยายตัวของดีมานด์ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี แนวโน้มราคา Jet Fuel ซึ่งคิดเป็นราว 30–35% ของต้นทุนสายการบินยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อ ความสามารถในการทำกำ ไร
อย่างไรก็ตาม คาดกำไรกลุ่มสายการบินกลับมาเติบโต 48% ในปี 70 โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจาก จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความสามารถในการสร้างกำไรผ่าน การรักษาระดับค่าโดยสารและ เพิ่มสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) และกลุ่มกำลังซื้อสูง
อีกทั้งการขยายจำวน เที่ยวบินบนเส้นทางที่มีดีมานด์รองรับ เพื่อเพิ่ม Aircraft Utilization และ Operating Leverage และ การบริหารต้นทุนผ่านการปรับเส้นทางบินควบคู่กับการทำ Fuel Hedging ลดความผันผวนของต้นทุน
โดยประเมิน THAI มีโอกาสได้รับประโยชน์เด่นสุดจากการเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสาร Premium และการ ขยายฝูงบิน ขณะที่ BA มีจุดแข็งด้านอานาจการกำหนดราคาในเส้นทางสมุย ส่วน AAV ยังต้องอาศัย การฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารและการควบคุมต้นทุน
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯตอบชัด คลายปม “ธุรกรรมอลวน” บัญชีต่างชาติ หรือบัญชีโบรกฯ
NVDR ขายหุ้น SCB กว่า 2.1 พันลบ. ย้อนหลัง 5 วันทำการ ขึ้นแท่นโดนขายมากสุดในตลาดหุ้นไทย
หุ้นโรงไฟฟ้าระทึก! กกพ.รื้อสัญญา หั่นราคารับซื้อ ทั้งเซ็นสัญญาแล้ว-ยังไม่เซ็น
BANPU ส่ง BKV ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซฯ 1,200 MW เพิ่มอัพไซด์ราคาหุ้น 1.2 บาท