Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 6-10-2569 เรื่องตลกร้ายของ TIPAK ขำไม่ออกจริงๆ

ไม่เชื่อก้อต้องเชื่อ!!! เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงหรอ??? เป็นเรื่องตลกร้ายที่ขำไม่ออกจริงๆ
เมื่อวาน TIPAK หรือ บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ปิดตลาดที่ 1.65 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ -10.81% (ราคาไอพีโอ 1.85 บาท/หุ้น)
จํานวนเงินรวมสุทธิที่บริษัทฯ ได้รับจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ภายหลังจากการหักค่าธรรมเนียมการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทีเกี่ยวข้อง) จํานวนประมาณ 250.17 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะนําเงินสุทธิที่บริษัทฯ ได้รับไปใช้ ดังนี้
1. ลงทุน ปรับปรุงและพัฒนาเครืองจักรอุปกรณ์ เพื่อเพิมประสิทธิภาพในการผลิต 20.17 ลบ.
2. เงินทุนหมุนเวียนในการดําเนินธุรกิจ 60 ลบ.
3. ชําระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน 170 ลบ.
คนละเรื่องเดียวกันรึป่าว??? เพราะเงินก้อนใหญ่ที่ได้มาจากการขายไอพีโอนั้น จะเอาไปใช้หนี้มากถึง 170 ลบ. ซึ่งมันมีประเด็นที่น่าจะเชื่อมโยงกัน และทำให้เราต้องคิด!!! เพราะข้อมูลที่เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปนผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.37 บาท คิดเป็นจํานวนเงินรวม 150 ล้านบาท ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญ
เพิ่มทุนต่อประชาชนเปนครังแรก โดยบริษัทฯ จะใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเงินทุนหมุนเวียนเป็นแหล่งเงินทุนในการจ่ายเงินปันผล
โดยในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 80 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเปนเงินปันผลค้างจ่าย 70 ล้านบาท โดยบริษัทฯ จะทยอยจ่ายเงินปนผลค้างจ่ายในเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 จากกระแสเงินสดจากการดําเนินงาน
ซึ่งการจ่ายเงินปนผลระหว่างกาลจะส่งผลให้กําไรสะสมและส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลง ขณะที่หนีสินและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น รวมถึงอาจทําให้อัตราส่วนทางการเงินของบริษัทฯ เปลียนแปลงไป
นักวิเคราะห์จาก บล.ทิสโก้ มองว่า การจ่ายปันผลก่อน IPO และภาระหนี้คือจุดที่ต้องจับตา โดยบริษัทฯ จ่ายเงินปันผล 363.40 ล้านบาทในปี 2567 คิดเป็น 213% ของกำไรสุทธิ 170.21 ล้านบาท
รวมถึงจ่ายอีก 40.83 ล้านบาทในครึ่งปีแรก 69 และคณะกรรมการอนุมัติปันผลระหว่างกาลอีก 150.00 ล้านบาท เมื่อ 13 ส.ค. 69 ก่อน IPO โดยใช้เงินกู้ระยะสั้น 80.00 ล้านบาท และตั้งเป็นปันผลค้างจ่าย 70.00 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E (pro forma) เพิ่มเป็น 1.42 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่องลดเหลือ 0.79 เท่า และ DSCR ลดเหลือ 1.05 เท่า ต่ำกว่าเงื่อนไขเงินกู้ที่ 1.20 เท่า แม้ธนาคารวัดจากงบปี และบริษัทฯ ประมาณการ DSCR สิ้นปี 69 ที่ 2.40 เท่า
ข้อสังเกตคือเงิน IPO 170.00 ล้านบาท หรือ 68% ของเงินระดมทุนสุทธิ ถูกจัดสรรไปชำระหนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติคือการเติมงบดุลกลับหลังเงินไหลออกไปยังผู้ถือหุ้นเดิม นอกจากนี้ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,091.47 ล้านบาท มีส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดินและอาคารรวมอยู่ราว 414 ล้านบาท จึงควรอ่านมูลค่าตามบัญชีด้วยความระมัดระวัง
โดยการระดมทุนตามวัตถุประสงค์ในครั้งนี้มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างการเงินเป็นหลัก โดยชำระคืนเงินกู้ 170.00 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและดึง D/E กลับมาที่ราว 1.0 เท่า (ประมาณการของฝ่ายวิจัย)
ขณะที่เงินลงทุนเพื่อการเติบโตจริงมีเพียง 20.17 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่การขยายกำลังการผลิต
แบบนี้ใครได้-ใครเสีย ลองชั่งน้ำหนักกันเอาเอง หุ้น TIPAK ยังจะถือต่อไปได้หรือไม่??? แต่ที่ได้แน่ๆ คือคนที่ได้รับเงินปันผลไม่ว่าจะที่ผ่านมา หรือที่กำลังจะได้รับในอนาคต // และที่เสียแน่ๆ คือ คนที่จองหุ้นไอพีโอ เมื่อวานขาดทุนทันทีตั้งแต่เปิดตลาดช่วงเช้า..ยืนในแดนลบยาวไปจนกระทั่งปิดตลาดตอนเย็น
คำถามที่อยากถามต่อคือ..เรื่องแบบนี้สำนักงาน ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะผู้คุมกฎ ให้ทำได้!!! อนาคตก้อคงมีคนทำอีก แบบนี้รายย่อยจะมีใครปกป้อง หรืออย่างน้อยควรจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนถึงจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษมั้ย???