Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-10-2569 (กดรับสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส” กันรึยางงงงง!!!)


02 ตุลาคม 2569

กดรับสิทธิ_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

มีใครลืมรึป่าว??? เมื่อวานนี้เป็นวันแรก()1 ต.ค. 69นะ ที่รัฐเค้าให้เข้าไปลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิและใช้สิทธิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รับเงินช่วย 1,000 บาท 

เจ๊กลัวว่าแฟนคลับจะลืมเลยขอสะกิดเตือนผ่านคอลัมน์นี้ แหม!! เงิน 1,000 บาท..ไม่น้อยนะจ๊ะ ซื้ออะไรได้ตั้งเยอะ ยิ่งในภาวะสถานการ์ปัจจุบันอะไรที่ทำได้ให้คว้าไว้ก่อน!!!

วิธีลงทะเบียนยืนยันสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" (เพิ่มเติม )ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ขั้นตอนการยืนยันรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปฯ เป๋าตัง (สำหรับผู้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) และไม่เป็นผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนฯ ปี 2569)

กรณีผู้ที่ผูก G Wallet เรียบร้อยแล้ว

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก "แบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)"

2. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม "ลงทะเบียน"

3. หน้าหลักโครงการฯ แสดงสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ที่ใช้ได้

กรณีเคยยกเลิก G Wallet หรือ ยังไม่เคยผูก G Wallet และกดยืนยันสิทธิผ่านแบนเนอร์โครงการ

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก "แบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)"

2. สมัครใช้งาน G Wallet

3. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก "แบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)"

4. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม "ลงทะเบียน"

5. หน้าหลักโครงการฯ แสดงสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ที่ใช้ได้

กรณีเคยยกเลิก G Wallet หรือ ยังไม่เคยผูก G Wallet และกดยืนยันสิทธิผ่านแบนเนอร์ฟู้ดเดลิเวอรี่

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ "ฟู้ดเดลิเวอรี่"

2. สมัครใช้งาน G Wallet

3. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ "ฟู้ดเดลิเวอรี่"

4. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม "ลงทะเบียน"

5. หน้าหลักโครงการฯ แสดงสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ที่ใช้ได้

โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ภาครัฐช่วยจ่าย 60% ส่วนประชาชนจ่าย 40% ได้รับสิทธิใช้จ่าย 1,000 บาทตลอดโครงการ (ระยะเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569) โดยใช้สิทธิรัฐร่วมจ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาท/คน/วัน

ส่วนอีกเรื่องที่น่าสนใจในรอบนี้ เจ๊จิ๋มขอพาไปดูราคาทองคำกันอีกครั้ง เพราะหลังจากทองคำเคยปรับตัวขึ้นแรงจนทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตอนนี้กลับย่อตัวลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว เรียกว่าความผันผวนของทองคำยังสูง และนักลงทุนต้องจับจังหวะกันให้ดี

ถ้ามองเฉพาะเดือนตุลาคม 2569 ภาพทองคำตอนนี้จึงน่าจะเป็นการ “แกว่งตัวแรงและรอจังหวะ” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นแบบเดินหน้าต่อเนื่อง เพราะแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ยังมีน้ำหนักต่อราคาทองคำ ขณะที่ทองคำโลกเพิ่งผ่านการปรับฐานลงแรงในช่วงปลายเดือนกันยายน

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่าระยะสั้นทองคำยังถูกกดดันจาก Real Yield ที่อยู่ในระดับสูง หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม ทำให้กลยุทธ์ยังเป็นการถือสถานะเดิมและไม่ไล่ซื้อเพิ่ม

ขณะที่ บล.กสิกรไทย มองภาพครึ่งหลังปี 2569 ว่าทิศทางทองคำยังขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือสถานการณ์ตะวันออกกลางและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด หากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงก่อนสิ้นปี ก็อาจลดแรงหนุนต่อทองคำลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคา

ส่วน StoneX มองไตรมาส 4 แบบระมัดระวังเชิงบวก โดยมองว่าการซื้อทองคำของธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนสำคัญ แม้ดอลลาร์และ Bond Yield จะยังแข็งแกร่ง โดยในเชิงเทคนิคต้องจับตาแนวต้านบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 4,500 และ 4,700 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 4,100–4,120 ดอลลาร์ และ 4,000 ดอลลาร์

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 InterGold ให้กลยุทธ์ “รอซื้อที่แนวรับ” โดยมองแนวรับทองคำโลกไว้ที่ประมาณ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,230 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำประมาณ 66,000 และ 66,900 บาทตามลำดับ

นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมมีโอกาสเป็นเดือนที่ทองคำแกว่งตัวผันผวนและพยายามสร้างฐาน มากกว่าจะเป็นการปรับขึ้นทางเดียว ปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็น Bond Yield สหรัฐฯ และความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยเฟด ขณะที่แรงซื้อจากธนาคารกลาง สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และโอกาสที่เฟดอาจไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยมากอย่างที่ตลาดเคยกังวล ก็ยังเป็นตัวช่วยให้ทองคำมีโอกาสรีบาวด์ได้

ล่าสุดตลาดเริ่มลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนตุลาคมลง หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด แต่ Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ยังเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของทองคำอยู่

ดังนั้นกรอบที่อยากให้จับตาในเดือนตุลาคม คือแนวรับบริเวณ 4,100–4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านแรกบริเวณ 4,230–4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ ภาพทางเทคนิคจะเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่การผ่าน 4,400 ดอลลาร์ได้ จะถือเป็นสัญญาณที่ช่วยให้ภาพการฟื้นตัวของทองคำมีน้ำหนักมากขึ้น

แต่สำหรับทองคำในประเทศ นักลงทุนอย่าลืมเผื่อเรื่อง “เงินบาท” เอาไว้ด้วยนะคะ เพราะแม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลง แต่หากเงินบาทอ่อนค่าลง ก็สามารถช่วยจำกัดการปรับลดของราคาทองคำในประเทศได้เช่นกัน