STECON นำทัพส้มหล่น โอกาสรับงาน “คลองระบายน้ำ” มูลค่าโครงการกว่า 1.65 แสนล้าน

STECON-CK มีลุ้นคว้างานเพิ่ม โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มูลค่า 1.65 แสนล้านบาท เมกะโปรเจกต์ใหญ่ในรอบหลายปี โบรกฯ ชี้ กลุ่มรับเหมาจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ก่อน ขณะที่ TPIPL, SCCC และSCC จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามรอบงานก่อสร้าง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากประเด็นครม.อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มูลค่า 1.65 แสนล้านบาท ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำไทย และเป็นเมกะโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งในรอบหลายปี
โดยโครงการจะสร้างทางผันน้ำใหม่จากลุ่มเจ้าพระยาตอนบนสู่อ่าวไทยโดยตรงเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมในภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเพิ่มศักยภาพกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง รัฐประเมินว่าสามารถลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ราว 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี และลดพื้นที่น้ำท่วมกว่า 3.48 ล้านไร่ เริ่มก่อสร้างปี 2570 และใช้เวลาพัฒนา 8 ปี
สำหรับโครงการนี้มีความสำคัญทั้งในมิติการบริหารจัดการน้ำของประเทศและการกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.65 แสนล้านบาทมีแนวโน้มส่งผลบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างผ่านโอกาสรับงานในระยะยาว หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เด่น ได้แก่ CK, STECON และ UNIQ จากศักยภาพรองรับงานโยธาขนาดใหญ่ ขณะที่ ITD มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากความเชี่ยวชาญด้านงานดินและระบบระบายน้ำ
ทั้งนี้สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือความชัดเจนของแหล่งเงินทุน การจัดหาที่ดิน และกรอบเวลาเปิดประมูล ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดจังหวะการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้กลายเป็นงานในมือของภาคเอกชน หากโครงการเดินหน้าได้ตามแผนในปี 2570 กลุ่มรับเหมาจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ก่อน ขณะที่ TPIPL, SCCC และSCC จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามรอบงานก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการเวนคืนที่ดินหรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้การส่งผ่านประโยชน์สู่ภาคธุรกิจช้ากว่าคาด
ดังนั้นฝ่ายวิจัยมองโครงการนี้เป็นบวกต่อธีมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในระยะกลางถึงยาว โดยให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ CK และ STECON ในฐานะหุ้นเด่นจากโอกาสรับงานโดยตรง ขณะที่ SCC, SCCC และTPIPL เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนตามรอบการก่อสร้างในระยะถัดไป ทั้งนี้ Catalyst สำคัญจะอยู่ที่ความคืบหน้าการเปิดประมูล การจัดหาแหล่งเงินทุน และการลงนามสัญญาก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดการ Re-rating ของหุ้นที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป
ยอดนิยม
“ชนัญญารักษ์” กรรมการ THAI ขายหุ้นเกลี้ยงพอร์ต หลังเพิ่งซื้อแค่ 7 วัน ฟันกำไร 1.25 แสนบาท
KCE สุดเดือด! โบรกฯให้เป้า 100 บาท มองแนวโน้มกำไรโตอีกยาว บุ๊กคำสั่งซื้อใหม่ลูกค้าสหรัฐฯ
ADVANC ลุ้น Q3 กำไร 1.32 หมื่นลบ. รับแรงหนุนรายได้โต โบรกฯ เพิ่มเป้าหมาย 403 บาท
STECON นำทัพส้มหล่น โอกาสรับงาน “คลองระบายน้ำ” มูลค่าโครงการกว่า 1.65 แสนล้าน