จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SUSCO ปั้นธุรกิจรับโลกใหม่ น้ำมันยังแกร่ง–Non-Oil โตต่อ EV–Mobility ดันสู่ Growth รอบใหม่


24 กันยายน 2569

SUSCO รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

SUSCO เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยครึ่งปีหลังเตรียมขยายสถานีบริการในทำเลศักยภาพ เติมร้านค้าและร้านอาหารผ่าน SUSCO SQUARE พร้อมเร่งธุรกิจ EV และบริการเช่าซื้อ–เช่ารถ หวังสร้างฐานรายได้ที่หลากหลายและแข็งแกร่งขึ้น

ธุรกิจพลังงานและค้าปลีกน้ำมันกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้มองสถานีบริการเป็นเพียงจุดเติมน้ำมันอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การจับจ่าย รวมถึงการเดินทางรูปแบบใหม่ ขณะที่การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเปิดประตูสู่ธุรกิจ Mobility ที่หลากหลายมากขึ้น

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) ที่กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างการเติบโต โดยใช้ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเป็นฐานหลัก พร้อมต่อยอด Non-Oil และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย “Smart Energy & Mobility Solutions Provider”

โดยในครึ่งปีแรก 2569 SUSCO ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนควบคู่กับการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพสถานีบริการน้ำมันและพัฒนาธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างฐานสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป

จุดที่น่าสนใจคือ SUSCO ไม่ได้มองการเติบโตของสถานีบริการจากจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของทำเลและศักยภาพในการสร้างรายได้” ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในครึ่งปีหลัง

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ SUSCO เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนขยายสถานีบริการน้ำมันในทำเลที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบสถานีให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ SUSCO SQUARE ซึ่งจะรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาให้บริการภายในสถานี

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของสถานีบริการจาก “จุดเติมน้ำมัน” ไปสู่ Lifestyle Destination มากขึ้น เพราะเมื่อสถานีมีบริการที่หลากหลาย ก็มีโอกาสดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจ Non-Oil ควบคู่ไปกับรายได้จากการขายน้ำมัน

ในมุมของ SUSCO การเพิ่ม Traffic ภายในสถานีจึงเป็นโจทย์สำคัญ เพราะจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่าการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว ทั้งรายได้จากร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ รวมถึงโอกาสในการต่อยอดกิจกรรมทางการตลาดและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า

ขณะเดียวกัน อีก Growth Engine ที่มีความสำคัญมากขึ้นคือ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดย SUSCO ยังคงเดินหน้าธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD และ DENZA ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อรถยนต์พลังงานทางเลือก

การมีธุรกิจ EV เข้ามาเสริมจึงถือเป็นการขยายขอบเขตของ SUSCO จากธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงไปสู่ธุรกิจ Mobility ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็น Smart Energy & Mobility Solutions Provider

ความน่าสนใจอยู่ที่ธุรกิจ EV สามารถเชื่อมโยงกับ Ecosystem เดิมของ SUSCO ได้หลายด้าน ทั้งฐานลูกค้า สถานีบริการ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ซึ่งในอนาคตอาจเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถได้ครบวงจรมากขึ้น ทั้งนี้ การเติบโตของธุรกิจดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า การแข่งขันของแบรนด์ และกำลังซื้อของผู้บริโภค

นอกจากการขายรถ EV แล้ว SUSCO ยังมีธุรกิจ เช่าซื้อและให้เช่ารถยนต์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากทั้งลูกค้าภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยกระจายแหล่งรายได้ของบริษัท

จุดแข็งของการมีธุรกิจ Mobility หลายรูปแบบคือ SUSCO สามารถลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันเพียงด้านเดียว และสร้างโอกาสจากเทรนด์การเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับทางเลือกด้านพลังงานและรูปแบบการใช้รถที่หลากหลายขึ้น

หากมองภาพรวมของกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง จะเห็นว่า SUSCO กำลังเดินเกมบน 3 ขาหลัก ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันที่เป็นฐานรายได้เดิม การขยาย Non-Oil เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อสถานี และธุรกิจ EV–Mobility เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่

การวางโครงสร้างเช่นนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของบริษัท เพราะสถานีบริการที่มีศักยภาพสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงธุรกิจหลายประเภทเข้าด้วยกัน ขณะที่ SUSCO SQUARE จะเข้ามาช่วยเพิ่มความหลากหลายของบริการและสร้างเหตุผลให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่าการเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ภาพของ SUSCO ในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการ “ขยายปั๊ม” แต่เป็นการ ยกระดับ Ecosystem ของสถานีบริการ ให้สามารถสร้างรายได้และประสบการณ์แก่ลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมกับขยายไปสู่ธุรกิจ Mobility ที่มีโอกาสเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด