รายงานพิเศษ : PTG ผนึก MEA เปิดทางแลก MEA Point–Max Point หวังขยาย Ecosystem ให้ Max Me

PTG เร่งขยาย Digital Ecosystem ผนึก MEA เปิดทางแลก MEA Point–Max Point สองทิศทาง ดึงบริการด้านพลังงานเข้ามาเชื่อมกับ Loyalty Platform เพิ่มความถี่การใช้งานและโอกาสต่อยอดธุรกิจ สร้างฐานการเติบโตใหม่ให้ Max Me
การขยายธุรกิจของ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ PTG กำลังเดินหน้าไปอีกขั้น เมื่อบริษัท แมกซ์ มี คอร์ป จำกัด ในกลุ่ม PTG จับมือกับการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เชื่อมระบบคะแนนสะสม MEA Point กับ Max Point เปิดโอกาสให้สมาชิกของทั้งสององค์กรสามารถแลกเปลี่ยนคะแนนระหว่างกันและนำไปใช้รับสิทธิประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้ จึงมีความน่าสนใจมากกว่าการเพิ่มช่องทางแลกคะแนน เพราะสำหรับ PTG การเชื่อมต่อกับ MEA ถือเป็นการนำ Max Me ซึ่งเป็น Loyalty Platform และ Digital Ecosystem ของกลุ่ม PTG ไปเชื่อมกับฐานสมาชิกขององค์กรขนาดใหญ่ และสร้าง Touchpoint ใหม่กับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน
นายรังสรรค์ พวงปราง กรรมการบริษัท แมกซ์ มี คอร์ป จำกัด รับว่า จุดสำคัญของโมเดลนี้คือ การเพิ่มคุณค่าของคะแนนสะสม จากเดิมที่อาจถูกใช้ภายในระบบใดระบบหนึ่ง ให้สามารถนำไปใช้ข้าม Ecosystem ได้ เมื่อคะแนนมีทางเลือกในการใช้งานมากขึ้น ก็มีโอกาสเพิ่มแรงจูงใจให้สมาชิกกลับมาใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ Loyalty Platform
สำหรับ PTG ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงมีหลายระดับ เริ่มจากการเพิ่มฐานผู้ใช้งานและ Touchpoint ของ Max Me เพราะสมาชิก MEA ที่เข้ามาเชื่อมกับระบบ Max Point จะมีโอกาสรู้จักและเข้าถึงสินค้าและบริการในเครือ PTG มากขึ้น ทั้งส่วนลดค่าน้ำมัน สินค้า บริการ และของรางวัลต่าง ๆ
ในทางกลับกัน สมาชิก Max Me ก็ได้รับประโยชน์จากการสามารถนำคะแนนไปใช้กับค่าไฟฟ้า MEA ได้ ทำให้ Max Me มีบทบาทในชีวิตประจำวันของลูกค้ามากขึ้น จากเดิมที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการใช้จ่ายในสถานีบริการน้ำมัน ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง การเดินทาง–พลังงาน–การชำระเงิน–สิทธิประโยชน์ เข้าด้วยกัน
นี่จึงเป็นภาพของการสร้าง Ecosystem ที่ PTG พยายามเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล การมีลูกค้าอยู่ในระบบไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนสมาชิก แต่สำคัญที่บริษัทสามารถสร้าง Engagement ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการซ้ำและมี Touchpoint กับแบรนด์ในหลายบริบท
ความร่วมมือกับ MEA จึงเปิดโอกาสให้ PTG เพิ่ม Touchpoint ใหม่โดยไม่จำเป็นต้องสร้างบริการทุกอย่างขึ้นมาเอง เพราะการเชื่อมระบบ Loyalty สามารถนำฐานผู้ใช้และสิทธิประโยชน์ของสององค์กรมาเสริมกัน ทำให้ Max Me มีโอกาสขยายบทบาทจาก Loyalty Program ไปสู่ Digital Lifestyle Platform ที่มีบริการหลากหลายขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือ “ข้อมูล” เพราะเมื่อระบบ Loyalty มีการใช้งานมากขึ้น บริษัทก็มีโอกาสได้รับข้อมูลพฤติกรรมการใช้สิทธิประโยชน์ของสมาชิกภายใต้กรอบการใช้ข้อมูลที่เหมาะสมและได้รับอนุญาต ซึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาสิทธิประโยชน์และออกแบบแคมเปญให้ตรงกับความต้องการของสมาชิกมากขึ้น
ในมุมของ PTG นี่คือโอกาสในการเปลี่ยน Loyalty จากเครื่องมือรักษาลูกค้าให้กลายเป็น เครื่องมือสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดธุรกิจ เพราะเมื่อเข้าใจพฤติกรรมของสมาชิกได้ดีขึ้น ก็สามารถออกแบบโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจในเครือได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมีโอกาสช่วยเพิ่มการกลับมาใช้บริการและสร้างมูลค่าต่อลูกค้าในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ PTG จากภาพของบริษัทพลังงานและสถานีบริการน้ำมัน ไปสู่บริษัทที่มีธุรกิจหลากหลายและให้ความสำคัญกับ Digital Ecosystem มากขึ้น โดย Max Me ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมธุรกิจต่าง ๆ เข้ากับผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อม MEA Point กับ Max Point ยังช่วยเพิ่ม “ความถี่” ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม เพราะการชำระค่าไฟฟ้าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อ Max Me เข้าไปอยู่ในกระบวนการดังกล่าว ก็มีโอกาสสร้างการใช้งานแพลตฟอร์มที่สม่ำเสมอมากขึ้น แตกต่างจากการใช้งานที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาต้องการเติมน้ำมันหรือซื้อสินค้า
ในระยะยาว หาก PTG สามารถนำฐานสมาชิกและพันธมิตรใหม่เข้ามาเชื่อมต่อกับ Max Me ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มขนาดของ Ecosystem และเพิ่มโอกาสให้บริษัทสามารถต่อยอดบริการใหม่ ๆ ได้อีกหลายรูปแบบ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจพลังงาน
ดังนั้น ความร่วมมือระหว่าง MEA และ Max Me จึงอาจมองได้ว่าเป็นการทดลองขยายขอบเขตของ Loyalty Ecosystem ไปสู่บริการในชีวิตประจำวัน และหากสามารถสร้างการใช้งานต่อเนื่องได้ ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Max Me ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลของ PTG