จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SA จัดทัพการเงินออกหุ้นกู้ ชูดอกเบี้ย 7.15–7.45% ต่อปี Refinance หนี้–ต่อยอด Hospitality


22 กันยายน 2569

SA รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

SA เดินหน้าระดมทุนผ่านหุ้นกู้ 3 ชุด ชูผลตอบแทนสูงสุด 7.45% ต่อปี นำเงินบริหารหนี้ครบกำหนดและเติมสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality และบริการที่เกี่ยวเนื่อง สร้างโอกาสเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว

การระดมทุนผ่านตลาดหุ้นกู้ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของบริษัทจดทะเบียนในการบริหารโครงสร้างเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากและมีรอบการรับรู้รายได้ตามการพัฒนาและส่งมอบโครงการ สำหรับ บมจ.ไซมิส แอสเสท (SA) การออกหุ้นกู้ครั้งใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงการหาเงินทุนเพิ่มเติม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสภาพคล่องและจัดการภาระหนี้ให้สอดคล้องกับจังหวะการดำเนินธุรกิจ

นายสุทธินนท์ มั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชี (CFO) SA เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วยหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน โดยชุดที่ 1 อายุ 2 ปี 1 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.35% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ย 7.15% ต่อปี และชุดที่ 3 อายุ 3 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 7.45% ต่อปี โดยชุดที่ 2 และ 3 มีหลักประกันตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อกำหนดสิทธิและหนังสือชี้ชวน

หัวใจของการระดมทุนรอบนี้อยู่ที่การบริหาร “เงินต้นที่จะครบกำหนด” มากกว่าการเพิ่มภาระทางการเงินโดยไม่มีเป้าหมาย เพราะบริษัทมีแผนนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2569 รวมถึงชำระคืนหนี้อื่น ขณะที่เงินส่วนที่เหลือจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ

ในมุมขององค์กร การนำเงินระดมทุนมาใช้สำหรับ Refinance ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจังหวะการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดและรอบธุรกิจมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ภาระหนี้จำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันการมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทต้องเดินหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

ที่สำคัญคือ SA มีประวัติการใช้ตลาดหุ้นกู้มาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในอดีตสะท้อนว่าบริษัทนำเงินจากการออกหุ้นกู้ไปใช้ทั้งชำระคืนหนี้เดิม บริหารสภาพคล่อง และสนับสนุนการลงทุน ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม 2567 บริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้ 2 รุ่นรวมประมาณ 1.3 พันล้านบาท ซึ่งรวมรุ่นที่ครบกำหนดวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 มูลค่า 675.4 ล้านบาท และอีกรุ่นหนึ่งที่ครบกำหนดในช่วงเดียวกัน

นอกจากนี้ ในปี 2563 SA เคยออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 600 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ประกอบด้วยการชำระคืนตั๋วแลกเงิน 100 ล้านบาท ชำระคืนหุ้นกู้ 2 รุ่นรวม 200 ล้านบาท และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน บริหารสภาพคล่อง และ/หรือรองรับการลงทุนโครงการใหม่ สะท้อนรูปแบบการใช้ตลาดตราสารหนี้เป็นเครื่องมือบริหารวงจรเงินทุนของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บริษัทเคยมีการออกหุ้นกู้ในปี 2567 และ 2568 โดยมีทั้งรุ่นมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน และใช้เงินเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้เดิม เงินทุนหมุนเวียน และการลงทุนในโครงการใหม่ สะท้อนว่าการออกหุ้นกู้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินทุนของ SA มากกว่าจะเป็นการระดมทุนแบบครั้งต่อครั้ง

ขณะเดียวกัน SA ระบุว่า ที่ผ่านมาบริษัทสามารถชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นของหุ้นกู้ได้ครบถ้วนตรงตามกำหนด ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน เพราะความสามารถในการบริหารหนี้และรักษาวินัยการชำระหนี้ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่นักลงทุนตราสารหนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับการออกหุ้นกู้ครั้งปัจจุบัน จุดที่ดึงดูดความสนใจของผู้ลงทุนคืออัตราดอกเบี้ยคงที่ระดับ 7.15–7.45% ต่อปี ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับกระแสเงินสดจากดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดตลอดอายุหุ้นกู้ ทั้งยังมีทางเลือกด้านอายุของตราสารตั้งแต่ประมาณ 2 ปีถึงกว่า 3 ปี และมีทั้งรุ่นที่มีและไม่มีหลักประกัน

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่สูงควรถูกพิจารณาควบคู่กับความเสี่ยงของผู้ออกหุ้นกู้ โดย SA ได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออกหุ้นกู้ที่ระดับ “BB” แนวโน้ม “Negative” จากทริสเรทติ้ง ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ดังนั้นผลตอบแทนที่สูงจึงมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและข้อกำหนดสิทธิอย่างรอบคอบ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

เมื่อมองกลับมาที่ประโยชน์ของ SA เงินที่ระดมได้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำไปชำระหนี้ แต่ยังช่วยรักษาสภาพคล่องสำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงที่บริษัทกำลังเดินหน้ากระจายแหล่งรายได้ โดย SA ยังคงพัฒนาธุรกิจ Hospitality และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร Wellness และ Lifestyle ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทใช้เพิ่มความหลากหลายของรายได้และสร้างโอกาสในการมีรายได้ประจำมากขึ้น

การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้บริษัทสามารถเดินหน้าธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากระแสเงินสดจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงด้านเดียว ทั้งยังช่วยให้การบริหารเงินสดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ในระยะยาว หากบริษัทสามารถนำเงินทุนไปใช้สนับสนุนโครงการที่สร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนได้เหมาะสม การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ก็จะทำหน้าที่มากกว่าการ “ต่ออายุหนี้” แต่สามารถเป็นเครื่องมือเชื่อมระหว่างการบริหารสภาพคล่องกับการสร้างรายได้ใหม่ขององค์กร อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินธุรกิจ การสร้างกระแสเงินสด และการบริหารต้นทุนทางการเงินของบริษัท

SA