จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TGE เกาะเทรนด์โลก Green Economy ESG ขับธุรกิจ–พลังงานหมุนเวียนนำเกม ปั้นองค์กรแกร่ง สร้าง Value


22 กันยายน 2569

TGE รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

TGE เดินหน้า ESG เชิงรุก ตั้งแต่ลดคาร์บอน ใช้พลังงานหมุนเวียน พัฒนาคน ยกระดับคู่ค้า ไปจนถึง Governance หวังเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นกลไกสร้างประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจ สอดรับเทรนด์โลกที่ ESG กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุนและการจัดสรรเงินทุน

ทิศทางของธุรกิจพลังงานในโลกกำลังเปลี่ยนจากการมองเพียง “ผลิตพลังงานให้ได้มาก” ไปสู่การสร้างระบบพลังงานที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทำให้แนวคิด ESG กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนที่ต้องแสดงให้เห็นว่า การเติบโตทางธุรกิจสามารถเดินควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้จริง

หนึ่งในบริษัทที่เดินหน้าวาง ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจคือ บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) ซึ่งกำลังยกระดับ ESG จากการเป็นเพียงกรอบด้านความยั่งยืน ไปสู่แนวทางที่เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการองค์กร ห่วงโซ่ธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

นางสาวละอองทิพย์ วนสุวรรณกุล กรรมการบริหาร TGE ให้มุมมองว่า บริษัทเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน พร้อมกำหนดกลยุทธ์และประเด็นสำคัญด้าน ESG รวมถึงวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยนำกรอบมาตรฐานสากลมาใช้ เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจน สามารถวัดผลและเปิดเผยข้อมูลได้อย่างโปร่งใส

หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวคือ การทำให้ ESG เข้าไปอยู่ใน “กระบวนการทำธุรกิจ” ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นแยกออกจากธุรกิจหลัก เพราะเมื่อบริษัทสามารถกำหนดเป้าหมาย วัดผล และติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารมองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น

ในมิติสิ่งแวดล้อม TGE เดินหน้าประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 บริษัทได้รับการรับรอง CFO เป็นปีที่ 4 ซึ่งบริษัทระบุว่าข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงาน และติดตามผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นนี้จึงมีความสำคัญในเชิงธุรกิจ เพราะการวัดคาร์บอนอย่างเป็นระบบไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่สามารถนำข้อมูลไปใช้ค้นหาจุดที่มีโอกาสลดการใช้พลังงาน ลดการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรได้ ซึ่งหากทำได้ต่อเนื่องก็มีโอกาสช่วยให้การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้นในระยะยาว

ขณะเดียวกัน TGE ยังเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน หลังได้รับการรับรองและเข้าร่วม RE100 ตั้งแต่ปี 2565 สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับธุรกิจสู่ “พลังงานธุรกิจหมุนเวียน 100%”

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางของโลกที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน โดย World Economic Forum (WEF)ระบุว่า การลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกแตะ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 ขณะที่พลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์รวมกันผลิตไฟฟ้าคิดเป็น 42% ของโลก และกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเกือบ 800 GW

อีกด้านหนึ่งคือ “S” หรือ Social ซึ่ง TGE ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการ TGE Innovation Day เปิดพื้นที่ให้พนักงานเสนอแนวคิดและพัฒนากระบวนการทำงาน นอกจากนั้นยังยกระดับกระบวนการประเมินสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ให้ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ส่วนการยกระดับคู่ค้า TGE เดินหน้าโครงการ “Supplier ESG Site Visit” โดยเข้าตรวจเยี่ยมกลุ่มคู่ค้าชีวมวลและ Strategic Supplier แล้วกว่า 80% เพื่อสร้างความเข้าใจและยกระดับมาตรฐาน ESG ไปพร้อมกัน

นี่คืออีกหนึ่งจุดที่สะท้อนว่า TGE กำลังขยาย ESG จาก “ภายในองค์กร” ไปสู่ “ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ” เพราะธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไม่ได้พิจารณาเฉพาะกระบวนการผลิตของบริษัท แต่ยังเกี่ยวข้องกับแหล่งวัตถุดิบ คู่ค้า การขนส่ง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก การยกระดับมาตรฐานคู่ค้าจึงมีส่วนช่วยให้บริษัทบริหารความเสี่ยงของ Supply Chain ได้เป็นระบบมากขึ้น

TGE