รายงานพิเศษ : SPREME รายได้ปี 69 นิวไฮต่อเนื่อง ตุนงานในมือกว่า 5.65 พันลบ. ครึ่งหลังลุยประมูลงานใหม่เพิ่ม
SPREME มั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจเดินหน้าต่อเนื่อง เร่งส่งมอบงาน SI ในมือ พร้อมรับรู้รายได้จากสัญญาเช่า และลุ้นคว้างานใหม่จาก Pipeline หนุนรายได้ปี 2569 สร้าง New High ขณะที่ Backlog 5.65 พันล้านบาท รองรับการเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2574
ภาพธุรกิจของ บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 กำลังเข้าสู่จังหวะสำคัญของการเก็บเกี่ยวจากงานที่มีอยู่ในมือ หลังบริษัทวางเป้าหมายเดินหน้าส่งมอบงาน System Integrator หรือ SI ใน Backlog ให้ได้ทั้งหมด พร้อมทยอยรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าที่มีความต่อเนื่อง และยังมีโอกาสเติมงานใหม่จากโครงการที่อยู่ระหว่างการประมูลและ Pipeline เข้ามาเสริม ส่งผลให้ทิศทางรายได้ในปีนี้มีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่ หรือ New High ได้อย่างต่อเนื่อง
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดย บริษัทคาดว่าจะสามารถส่งมอบงาน SI ที่อยู่ใน Backlog ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีรายได้จากสัญญาเช่าที่ทยอยรับรู้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในการชนะประมูลและได้รับคำสั่งซื้อโครงการใหม่จาก Pipeline ซึ่งจะเข้ามาเสริมฐานรายได้ในระยะถัดไป
จุดที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงการเร่งรับรู้รายได้จากงานเดิม แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่าง งานโครงการกับรายได้ประจำ เพราะ SPREME มีสัดส่วน Recurring Income จากธุรกิจสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับกระแสรายได้ และลดการพึ่งพารายได้จากการส่งมอบโครงการเพียงอย่างเดียว
จากข้อมูลสิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมี Backlog อยู่ที่ 5,651.80 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2574 ตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทมองเห็นทิศทางรายได้ล่วงหน้าได้ชัดเจนขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายบริหารสามารถวางแผนรับงานใหม่เพื่อเติม Backlog ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับช่วง H2/69 กลยุทธ์ของ SPREME จึงมีทั้ง “การเก็บเกี่ยว” และ “การเติมของใหม่” ไปพร้อมกัน ด้านแรกคือเร่งส่งมอบงานในมือให้เป็นไปตามแผน เพื่อเปลี่ยน Backlog ให้กลายเป็นรายได้ ขณะที่อีกด้านยังเดินหน้าประมูลโครงการใหม่และติดตาม Pipeline เพื่อสร้างฐานงานสำหรับปีถัดไป ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจ SI ที่ต้องรักษาปริมาณงานในมือให้อยู่ในระดับที่รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทก็ให้ความสำคัญกับ คุณภาพของรายได้และความสามารถในการทำกำไร ผ่านการบริหารต้นทุนโครงการอย่างใกล้ชิด รวมถึงการควบคุมต้นทุนทางการเงิน และการคัดเลือกโครงการที่มีอัตรากำไรเหมาะสม แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการเติบโตในระยะต่อไปจะต้องเดินควบคู่กับการรักษาสมดุลของโครงสร้างรายได้ เพื่อสนับสนุนให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ในเป้าหมายที่บริษัทวางไว้
อีกหนึ่งจุดแข็งที่น่าจับตาคือการเพิ่มขึ้นของ Recurring Income จากสัญญาเช่า ซึ่งช่วยเติมมิติความมั่นคงให้กับโครงสร้างรายได้ของ SPREME เมื่อเทียบกับรายได้จากงานโครงการที่มีลักษณะรับรู้ตามการส่งมอบ การมีรายได้จากสัญญาเช่าที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้บริษัทมีฐานรายได้ที่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้มากขึ้น ขณะที่ Backlog จำนวน 5.65 พันล้านบาท ก็ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับการเติบโตในช่วงหลายปีข้างหน้า
ภาพดังกล่าวทำให้ H2/69 มีความสำคัญต่อ SPREME ในฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากการรับรู้ผลงานที่มีอยู่ ไปสู่การสร้างฐานรายได้สำหรับอนาคต เพราะทุกการส่งมอบงานในมือไม่ได้หมายถึงรายได้ของปีนี้เท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้บริษัทสามารถนำศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ไปต่อยอดกับโครงการใหม่ได้อีกด้วย
ในมุมของการขยายธุรกิจ การมี Backlog กระจายการรับรู้ยาวไปถึงปี 2574 ทำให้ SPREME มีระยะเวลาในการวางแผนธุรกิจและบริหารทรัพยากรได้มากขึ้น ขณะเดียวกันการเดินหน้าหางานใหม่จาก Pipeline ก็จะเป็นกลไกสำคัญในการเติม Backlog ที่ทยอยลดลงจากการส่งมอบ เพื่อรักษา Momentum ของธุรกิจให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง