รายงานพิเศษ : PIS เร่งเครื่องรับรู้รายได้ Backlog 6.1 พันล้านหนุนผลงาน รุก Smart Grid ปั้น New S-Curve

PIS มองผลงานครึ่งหลังปี 2569 ยังมีทิศทางสดใส จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่และการส่งมอบงานตามแผน ขณะที่ Backlog กว่า 6,096 ล้านบาท ช่วยสร้างความชัดเจนของรายได้ในระยะ 3-4 ปี พร้อมต่อยอดธุรกิจสู่ Smart Grid และ Smart Meter ผ่านการลงทุนใน Energy Max เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่
ครึ่งหลังปี 2569 เป็นช่วงสำคัญของ บมจ.โปร อินไซด์ หรือ PIS ในการเร่งรับรู้รายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่ หลังมีงานจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอยู่ระหว่างดำเนินการและทยอยเข้าสู่ช่วงส่งมอบตามแผน
แรงส่งสำคัญมาจากงานในมือ หรือ Backlog ที่มีมูลค่ากว่า 6,096 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า ช่วยเพิ่มความชัดเจนของฐานรายได้ในระยะกลาง ขณะที่การบริหารต้นทุนและการส่งมอบงานตามแผน จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการผลักดันผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง
นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIS เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดี จากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการส่งมอบงานบางส่วนตามแผน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ PIS จุดแข็งสำคัญในเวลานี้คือ Backlog ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยรองรับการเติบโตและลดการพึ่งพาการรับงานใหม่ในระยะสั้น
Backlog กว่า 6,096 ล้านบาท แบ่งเป็นงาน Application Solutions สัดส่วน 58% งาน IT Integration Services 31% และงานระบบรักษาความปลอดภัย หรือ Physical Security 11%
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนการกระจายตัวของรายได้ไปยังธุรกิจเทคโนโลยีหลายด้าน ทั้งการพัฒนาแอพพลิเคชัน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้บริษัทมีฐานธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น
ขณะที่ PIS ยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2569 ไว้ที่ 10-15% พร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมงานในมือสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป ซึ่ง PIS ไม่ได้วางแผนการเติบโตไว้เพียงการรับรู้รายได้จากโครงการเดิม แต่กำลังขยายฐานธุรกิจไปยังกลุ่มเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูง
โดยบริษัทมุ่งพัฒนาและนำเสนอโซลูชันครอบคลุมทั้ง Cloud-based Data Management, AI, ERP, Banking, Energy และ IT Outsourcing เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่ และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไปยังตลาดที่มีศักยภาพสูงขึ้น หนึ่งในโอกาสสำคัญที่ PIS จับตา คือ การลงทุนด้านดิจิทัลของภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความต้องการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับบริษัท โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Smart Grid ซึ่งครอบคลุมระบบ Smart Meter ระบบสายส่งอัจฉริยะ และการสนับสนุน Solar Rooftop
ล่าสุด PIS ได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด หรือ Energy Max ในสัดส่วน 50% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดพลังงานอัจฉริยะ Energy Max ดำเนินธุรกิจผลิต ประกอบ และจำหน่ายมิเตอร์ไฟฟ้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในประเทศไทย การลงทุนครั้งนี้จึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ PIS ในการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไปสู่โครงการด้าน Smart Meter และ Smart Grid
ดังนั้นเมื่อมองภาพรวม PIS กำลังขับเคลื่อนการเติบโตบน 2 เส้นทางพร้อมกัน เส้นทางแรก คือ การเร่งรับรู้รายได้จาก Backlog กว่า 6,096 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการในครึ่งหลังของปีและต่อเนื่องในระยะ 3-4 ปี และ เส้นทางที่สอง คือ การลงทุนเพื่อสร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจ AI, Cloud, Digital Banking และ Smart Energy เพื่อเพิ่มฐานรายได้และสร้าง New S-Curve ในระยะยาว
การทำธุรกินในครึ่งหลังปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงช่วงของการรับรู้รายได้จากงานในมือ แต่เป็นจังหวะที่ PIS กำลังพิสูจน์ความสามารถในการเปลี่ยนฐานงานที่แข็งแกร่งให้เป็นผลประกอบการ พร้อมวางหมากลงทุนเพื่อเปิดรอบการเติบโตใหม่ในอนาคต