รายงานพิเศษ : SSP ฐานเงินทุนแข็งแกร่ง พร้อมลุยประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่ หุ้นพลังงานที่ยังมีช่องว่างให้โต

SSP กำลังเข้าสู่จังหวะสำคัญของการสร้างการเติบโตรอบใหม่ หลังขายสินทรัพย์ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระดอกเบี้ย เปิดโอกาสคว้างานใหม่จากแผน PDP และโครงการพลังงานสะอาด ขณะที่กำลังการผลิตจำนวนมากเตรียมทยอย COD หนุนรายได้และกระแสเงินสดในระยะยาว
วิสัยทัศน์การจำหน่ายโครงการยามากะ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ ของบมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) เป็นมากกว่าการรับรู้กำไรพิเศษเพียงช่วงสั้น แต่สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่อย่างชัดเจน
โดยเงินทุนที่ได้รับจากการจำหน่ายโครงการครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้กับ SSP ขณะเดียวกันยังสามารถนำไปใช้ลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญต่อฐานะทางการเงินของบริษัทในช่วงที่กำลังเตรียมลงทุนในโครงการใหม่ การมีเงินทุนที่แข็งแกร่งและภาระทางการเงินที่ลดลง จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ SSP สามารถเลือกโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน SSP ระบุว่า การบริหารพอร์ตลงทุนให้มีความสมดุลระหว่างการถือครองสินทรัพย์เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะยาว และการขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อนำเงินกลับมาสร้างโอกาสใหม่ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งในกรณีของ SSP การจำหน่ายโครงการยามากะจะช่วยให้บริษัทมีฐานเงินทุนพร้อมมากขึ้นสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต
ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น ยังทำให้ SSP มีความพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero รวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจากกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล
สำหรับผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ SSP จึงถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อคว้าโครงการใหม่ หากการเปิดประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นตามแผน รวมถึงโครงการโซลาร์ชุมชนที่มีขนาดกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ โอกาสดังกล่าวจะกลายเป็นช่องทางสำคัญในการเติมโครงการใหม่เข้าสู่พอร์ต และสร้างการเติบโตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การเติบโตของ SSP ไม่ได้ต้องรอเพียงโครงการใหม่ในอนาคต เพราะในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นในไตรมาส 3 รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไตรมาส 4 ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO 2 ในญี่ปุ่น และผลบวกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต หรือ Repowering ของโรงไฟฟ้า SPN ที่แล้วเสร็จ
อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตา คือแผนการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเข้ามาเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างกระแสเงินสดใหม่ให้กับบริษัท การทยอย COD ของโครงการเหล่านี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้รอบใหม่ และช่วยลดการพึ่งพารายได้จากโรงไฟฟ้าโครงการเดิมเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน SSP ยังมีความน่าสนใจ เพราะบริษัทมีโครงการที่เตรียมทยอย COD อีกประมาณ 420 เมกะวัตต์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 108.6 เมกะวัตต์ และโครงการวินด์ฟาร์มบาโกในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเข้ามาสร้างรายได้ในปี 2570
และSSP ยังมีโครงการอื่นที่เตรียมทยอย COD ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ ทำให้ภาพการเติบโตของบริษัทมีความชัดเจนมากขึ้นว่าไม่ได้เป็นการเติบโตจากปัจจัยระยะสั้น แต่เป็นการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตและฐานรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า
ดังนั้นการเข้าสู่รอบฟื้นตัวของผลประกอบการจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ SSP กลับมาน่าสนใจ โดย บล.หยวนต้า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมเบื้องต้นที่ 4.80 บาทต่อหุ้น พร้อมมองว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว ตามแนวโน้มผลประกอบการที่เริ่มเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ หลังผ่านช่วงการปรับตัวจากผลกระทบของการหมดสัญญา Adder ไปแล้ว
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน SSP กำลังอยู่ในช่วงของการ “จัดทัพใหม่” เพื่อเตรียมรับการเติบโตครั้งต่อไป ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โครงการใหม่ที่รอทยอยสร้างรายได้ และโอกาสลงทุนจากเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อาจผลักดันผลประกอบการให้กลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง และหากการเติบโตเกิดขึ้นตามแผน ราคาหุ้นในระดับปัจจุบันก็ยังอาจมีพื้นที่ให้สะท้อนมูลค่าจากการเติบโตในอนาคตได้อีกไม่น้อย