เปิด 3 ปมร้อนเขย่าหุ้นไทย DATA CENTER ล้น-ฮั้ว สว.ฉุดเชื่อมั่น ซ้ำดราม่า TH-AI PASSPORT

นักวิเคราะห์เปิด 3 ปมร้อนเขย่าตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ทั้งวิกฤต DATA CENTER ล้นกรุงเทพฯ สู่ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ดราม่า TH-AI PASSPORT หากโครงการถูกชะลอหรือตรวจสอบเข้มงวด จะส่งผลกดดันต่อหุ้นใน THEME AI DEVICE, AI SERVICE และ DIGITAL ADOPTION ช่วงสั้นๆ ได้ กระแสฮั้ว สว. ทำลายความเชื่อมั่น อาจส่งผลให้ FUND FLOW ชะลอไหลเข้าช่วงสั้นได้
นักวิเคาราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ผ่า 3 ปมร้อนเขย่าตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ พร้อม 3 หุ้นไทยเด่นฝ่าวิกฤตสถานการณ์ตลาดหุ้นและการลงทุนในขณะนี้กำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างความกังวลเรื่องสงครามที่ปะทุขึ้น และปัจจัยภายในประเทศที่สั่นคลอนความเชื่อมั่น โดยปัจจุบันมี 3 ปมร้อนในประเทศมีรายละเอียด ดังนี้
ปมร้อนที่ 1: วิกฤต DATA CENTER ล้นกรุงเทพฯ สู่ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ แม้ก่อนหน้านี้ DATA CENTER จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจสูง แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นประเด็นน่ากังวล หลังพบว่ามีการกระจุกตัวหนาแน่นในกรุงเทพฯ (มากถึง 45 จุด) เช่น ย่านพระราม 9 และรามคำแหง 28 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากร ทั้งการใช้ไฟฟ้าและน้ำมหาศาล
รวมถึงมลพิษจากเครื่องปั่นไฟและระบบทำความเย็นตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งล่าสุดกระทรวงการคลังและกระทรวงดิจิทัลฯ (MDES) ได้สั่งทบทวนและเร่งตรวจสอบ DATA CENTER ที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ THEME นี้เปลี่ยนจากเชิงบวกเป็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ซึ่งอาจทำให้ การอนุมัติ BOI และกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ชะลอตัวลงได้
ปมร้อนที่ 2: ดราม่า TH-AI PASSPORT ระงับการเติบโต กระแสดราม่าและข้อสงสัยโครงการ TH-AI PASSPORT ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าภาครัฐจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้ AI ในวงกว้าง หากโครงการถูกชะลอหรือตรวจสอบเข้มงวด จะส่งผลกดดันต่อหุ้นใน THEME AI DEVICE, AI SERVICE และ DIGITAL ADOPTION ช่วงสั้นๆ ได้
ปมร้อนที่ 3: กระแสฮั้ว สว. ทำลายความเชื่อมั่น (TRUST RISK) ประเด็นทางการเมืองเรื่องการฮั้วเลือก สว. กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อมีความขัดแย้งในผลการตรวจสอบ โดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 (กกต.-DSI) มองว่ามีมูลและเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาถึง 229 คน (รวม สว.ปัจจุบัน 138 คน) แต่อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 กลับมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทั้งหมด รอติดตามวันนัดลงมติชี้ขาดวันที่ 14 ก.ย.69 นี้ ซึ่งความไม่ชัดเจนนี้ไม่ได้กระทบกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง แต่กระทบความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย อาจส่งผลให้ FUND FLOW ชะลอไหลเข้าช่วงสั้นได้
ในขณะที่ปัจจัยในประเทศเต็มไปด้วยความกดดัน ตลาดหุ้นยังต้องเผชิญกับความกังวลทั้งจากปัจจัยภายนอกและายในประเทศ วันนี้แนะนำ 3 หุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว PTT: หุ้นกลุ่มพลังงานที่สามารถ TRADING ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวจากภาวะสงคราม SCC: ได้รับผลบวกจากความต้องการปูน LOW CARBON ที่เติบโต รวมถึงมีประเด็นเก็งกำไรเรื่องการควบรวม ธุรกิจโอเลฟินส์กับ PTTGC
และ CPF: ได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า และราคาสัตว์บก (สุกร/ไก่) ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะหนุนกำไรไตรมาส 3 ให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ยอดนิยม
CK-STECON เฮหนัก! มีลุ้นโกยงานก้อนโตเพิ่ม หลังครม. เห็นชอบก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้
CPF ทุ่ม 334 ล้านบาท เข้าซื้อธุรกิจ “น้ำดื่มสบาย” 51% โบรกฯ มองเติมธุรกิจใหม่เสริมแกร่ง
เปิดกลยุทธ์เทรด หลังไฟสงครามเดือดไม่หยุด โบรกฯ ชี้ใครซื้อแถว 1,600 จุด ยังถือต่อได้
KTB เด่นสุดกลุ่มแบงก์ สินทรัพย์แกร่ง ลดแรงกดดันตั้งสำรอง “เป๋าตัง” ผู้ใช้ 40 ล้านราย ต่อยอดเติบโต