CPF ทุ่ม 334 ล้านบาท เข้าซื้อธุรกิจ “น้ำดื่มสบาย” 51% โบรกฯ มองเติมธุรกิจใหม่เสริมแกร่ง

CPF ส่งบริษัทย่อยเข้าซื้อ บริษัท บรูว์แฟคทอรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม และน้ำแร่บรรจุขวดในไทย ภายใต้ ตราสินค้าของตนเอง “น้ำดื่มสบาย” คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 51% โบรกฯ มอง การลงทุนในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อประมาณการกำไรแบบมีนัยฯ แต่ถือเป็นการ ลงทุนในเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มธุรกิจใหม่ไปยังธุรกิจน้ำดื่มซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลัก
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากประเด็น CPF แจ้งตลาดฯ ถึงบริษัทย่อย “ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด” หรือ CPFFB (CPF ถือ 99.99%) จะเข้าลงทุนใน บริษัท บรูว์แฟคทอรี จำกัด (BREW) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม และน้ำแร่บรรจุขวดในไทย คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 51% มูลค่าลงทุนรวม 334.7 ล้านบาท
แบ่งเป็น 1. การซื้อหุ้นเดิมสัดส่วน 43.6% มูลค่า 235.3 ล้านบาท ในวันที่ 1 ก.ย. 2569 และ 2.การจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 7.4% มูลค่า 99.4 ล้านบาท ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2569 โดยภายหลังธุรกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ BREW จะเป็นบริษัทย่อยของ CPF
สำหรับ BREW ก่อตั้งเมื่อ ธ.ค. ปี 2568 อยู่ในอ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยโรงงานมีกำลังการผลิตรวม 295 ล้านลิตรต่อปี ปัจจุบันมีรายได้หลักจากการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ให้แก่ กลุ่ม ลูกค้าที่เป็น Traditional Trade และ Modern Trade และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้ ตราสินค้าของตนเอง “น้ำดื่มสบาย” โดยผลประกอบการงวด 5 เดือนแรกปี 69 มีรายได้ 210 ล้าน บาท และกำไร 15 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวม 791 ล้านบาท, หนี้สินรวม 499 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 292 ล้านบาท
โดยฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางถึงบวกอย่างจำกัด เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวมีขนาดเล็ก คิดเป็นเงินลงทุนเพียง 0.06% ของสินทรัพย์สุทธิรวม จึงไม่กระทบฐานะการเงิน และใช้กระแสเงินสดภายในเป็นแหล่งเงินทุน ขณะที่เงินลงทุน 334.7 ล้านบาท และภายใต้ประเมิน กำไรของ BREW ราว 30-40 ล้านบาท/ปี สะท้อนมูลค่าธุรกรรมที่ PER ราว 10 เท่า ถือ ว่าไม่แพงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER กลุ่มฯ
ทั้งนี้แม้ระยะสั้นการลงทุนในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อประมาณการกำไรแบบมีนัยฯ แต่ถือเป็นการ ลงทุนในเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มธุรกิจใหม่ไปยังธุรกิจน้ำดื่มซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลัก และเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตที่สามารถต่อยอดจากเครือข่าย การผลิตและจัดจำหน่ายของกลุ่ม CPF ได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวของผลประกอบการครึ่งหลังปี 69 ภายใต้แรงสนับสนุนจากการปรับตัวสูงขึ้น ของราคาเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสุกร/ไก่ในไทย ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงที่ยังอยู่ในระดับ ควบคุมได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้ม Gross Margin และกำไรไตรมาส 3/69 เติบโตจากไตรมาสก่อน จึงคงแนะนำซื้อเมื่อราคาย่อตัว โดยให้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 25.00 บาท
ยอดนิยม
CK-STECON เฮหนัก! มีลุ้นโกยงานก้อนโตเพิ่ม หลังครม. เห็นชอบก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้
CPF ทุ่ม 334 ล้านบาท เข้าซื้อธุรกิจ “น้ำดื่มสบาย” 51% โบรกฯ มองเติมธุรกิจใหม่เสริมแกร่ง
เปิดกลยุทธ์เทรด หลังไฟสงครามเดือดไม่หยุด โบรกฯ ชี้ใครซื้อแถว 1,600 จุด ยังถือต่อได้
KTB เด่นสุดกลุ่มแบงก์ สินทรัพย์แกร่ง ลดแรงกดดันตั้งสำรอง “เป๋าตัง” ผู้ใช้ 40 ล้านราย ต่อยอดเติบโต