จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SUPER รับเทรนด์พลังงานสะอาด พ.ร.ก.กู้ 2 แสนลบ. จุดพลุ Energy Transition ดันพอร์ต Renewable โตแกร่ง


20 สิงหาคม 2569

SUPER รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

รัฐเตรียมอัดฉีดเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเข้าสู่ภารกิจเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันการลงทุนตั้งแต่โซลาร์รูฟท็อป EV ไบโอดีเซล ไปจนถึง Smart Grid และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด สร้างโอกาสใหม่ทั้งระบบ ขณะที่ SUPER ตุนกำลังผลิตตามสัญญา PPA 2,063.85 MW จ่อรับรู้ Bac Lieu เฟสแรกอีก 99 MW เสริมฐานรายได้ระยะยาว

ภาพการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยมีวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อน Energy Transition โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินสำคัญที่จะเข้ามากระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่

วงเงินดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การสนับสนุนยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการ Upskill และ Reskill แรงงาน พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเศรษฐกิจพลังงานสะอาด

สำหรับนักลงทุน ประเด็นที่น่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขวงเงิน 2 แสนล้านบาท แต่คือการที่ภาครัฐกำลังสร้าง “Demand” ใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจสีเขียว เพราะหากเม็ดเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้กับโครงการต่าง ๆ ตามกรอบนโยบาย จะทำให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องทั้งในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ตลอดจนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในโครงการที่ภาครัฐกำลังจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ คือมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน ซึ่งหากผลักดันออกมาเป็นรูปธรรม จะช่วยเพิ่มการลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายตัว และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ผู้พัฒนาโครงการ ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ ไปจนถึงผู้ให้บริการติดตั้งและบริหารจัดการระบบ

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและไบโอดีเซล จะช่วยขยายการใช้พลังงานทางเลือกในภาคขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีความต้องการพลังงานสูง ขณะที่การยกระดับภาคการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนให้กับภาคการผลิต สร้างตลาดใหม่สำหรับระบบ Solar และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน

อีกแกนสำคัญคือการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้า แต่ขยายไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบ และมีโอกาสสร้าง Ecosystem ใหม่ของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในประเทศไทย

เม็ดเงินดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนแรงเร่งให้ภาคเอกชนต้องปรับตัว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Energy Management System หรือ EMS ที่สามารถวิเคราะห์และควบคุมการใช้พลังงานแบบ Real-time รวมถึงคาดการณ์การผลิตไฟฟ้า บริหารระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS และจัดสรรไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการ

เมื่อระบบ EMS เชื่อมต่อเข้ากับ Solar Rooftop, Smart Grid และ EV Charging Station จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบริหารพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่จากการเติบโตของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับ SUPER ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความพร้อมในการรับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีฐานธุรกิจพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่และมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา PPA รวม 2,063.85 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่ COD แล้ว 1,433.88 เมกะวัตต์

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu เฟสแรก ขนาด 99 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะ COD ในเร็ว ๆ นี้ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วเป็น 1,532.88 เมกะวัตต์ ทำให้พอร์ต Renewable ของ SUPER มีขนาดใหญ่ขึ้นและช่วยเพิ่มฐานรายได้จากการขายไฟฟ้าในระยะต่อไป

จุดแข็งของ SUPER จึงอยู่ที่การมีสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้ามองหาโอกาสลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงการเจรจากับพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการในอนาคต

หากมองไปข้างหน้า การจัดสรรเงินกู้เพื่อ Energy Transition จำนวน 2 แสนล้านบาทมีโอกาสทำให้ตลาดพลังงานสะอาดของไทยเข้าสู่ช่วงการลงทุนที่มีความชัดเจนมากขึ้น เพราะภาครัฐไม่ได้เพียงกำหนดเป้าหมายด้าน Net Zero แต่กำลังเตรียมกลไกด้านเงินทุนเพื่อผลักดันการลงทุนจริง ทั้งการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

สำหรับผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนอย่าง SUPER การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงเป็นทั้งโอกาสในการขยายกำลังการผลิตและโอกาสในการต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ Energy Ecosystem ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะต้องทำงานร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน Smart Grid และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานมากขึ้น

ดังนั้นการที่ภาครัฐสนับสนุน Solar Rooftop, EV, ไบโอดีเซล และ Smart Grid ยังช่วยสร้างตลาดรองรับการลงทุนในภาคเอกชน ทำให้การเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ครอบคลุมผู้พัฒนาโครงการ ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน EV และบริการบริหารจัดการพลังงาน

และยังสะท้อนว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตา  เพราะหากโครงการต่าง ๆ ได้รับการอนุมัติและทยอยเข้าสู่การลงทุนจริง จะช่วยเร่งให้ Energy Transition ของไทยเดินหน้าเร็วขึ้น และเปิดตลาดใหม่ให้กับภาคเอกชนในวงกว้าง

ขณะที่ SUPER มีความได้เปรียบจากการมีพอร์ต Renewable ขนาดใหญ่ กำลังผลิตที่ COD แล้วกว่า 1.43 GW และโครงการใหม่ที่เตรียมทยอย COD รวมถึงแผนขยายการลงทุนในโครงการโซลาร์ ลม และขยะ ทำให้บริษัทมีโอกาสใช้ประโยชน์จากการขยายตัวของตลาดพลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่อง