PTT งบดีเกินคาดมาก Q2 ฟาดกำไรอื้อ! 5.2 หมื่นล้าน พุ่ง 143% ลุ้นแจกปันผลครึ่งแรก 1 บาท

PTT อวดงบไตรมาส 2/69 ดีเกินคาด ฟาดกำไร 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% เหตุ ธุรกิจการกลั่นจาก Market GRM เพิ่มขึ้น ธุรกิจปิโตรเคมีมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45 บาท จากจุดเด่นของปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงด้วย คาดเงินปันผลครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 1.00 บาท/หุ้น Yield 2.5%
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยส่วนต่างราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นรวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและต้นทุนผ่านการยกระดับการดำเนินงาน (Profit Enhancement) เพื่อรองรับปัจจัยท้าทายภายนอก
อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2/2569 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นผลขาดทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยหลักจากการขาดทุนจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากการปรับแผนการดำเนินธุรกิจในบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ซึ่งสูงกว่ารายการ Nonrecurring ในไตรมาส 2/2568 ที่รับรู้เป็นผลกำไรประมาณ 4,300 ล้านบาท โดยหลักจาก บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) ทีมี่การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้น และควบรวมโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ รวมถึงกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้
โดยในไตรมาสที่ 2/2569มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยง จำนวน 156,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.1% จากในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 จากกลุ่มธุรกิจปิ โตรเคมีและการกลั่น โดยธุรกิจการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก Market GRM เพิ่มขึ้น แม้ปริมาณขายลดลง เนื่องจากระดับน้ำมันคงคลังในประเทศอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถส่งออกได้ รวมถึงขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงและขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ในไตรมาส 2/2569 ปตท. และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันประมาณ 21,700 ล้านบาท ประกอบกับธุรกิจปิโตรเคมีมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานสูงขึ้น ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลดลง ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายผลิตภัณฑ์รวมเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานลดลง โดยหลักจากต้นทุนก๊าซฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาขายเฉลี่ยกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 272,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 97,136 ล้านบาท หรือ 55.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า กำไรดีกว่าที่ฝ่ายวิจัย และ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ 25% สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานธุรกิจการค้าระหว่าง ประเทศ และกำไร Hedging สูงกว่าคาด ซึ่งคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1.14 แสนล้านบาท โดยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 69% ของทั้งปี
โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 45.00 บาท จากจุดเด่นของปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงด้วย โครงสร้างธุรกิจที่บูรณาการครบวงจรที่สุด ทำให้กำไรผันผวนน้อย โดยเฉพาะช่วงความไม่ แน่นอนจากปัจจัยมหภาคในครึ่งหลังของปี 2569 อีกทั้งฐานะการเงินมั่นคง และจ่ายเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ ราคาปัจจุบันมี Dividend Yield ปี 2569 สูง 5.9%
โดยระยะสั้นคาดหุ้นมี Catalyst บวกจากงบไตรมาส 2/2569 ดีกว่าคาด และคาดหวังเงินปันผลสูง เบื้องต้นคาดเงินปันผลครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 1.00 บาท/หุ้น Yield 2.5%
ยอดนิยม
KTB แจ้งปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย.นี้
“สารัชถ์” โยน “บิ๊กล็อต” GULF ให้นักลงทุนสถาบัน 26.9 ล้านหุ้น รับทรัพย์กว่า 1.68 พันลบ.
GULF จับมือพันธมิตรต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี 73
ลุ้นปีนี้ KTB แจกปันผลเพิ่ม โบรกฯคาดมีโอกาสจ่ายมากกว่าเดิม หลังระหว่างกาลจ่ายมาแล้ว 0.48 บาท