จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : เมกะเทรนด์ AI จุดรอบขาขึ้นอิเล็กทรอนิกส์ CCET เกาะคลื่นเทคโนโลยีโลก เร่งเครื่องสู่การเติบโตครั้งใหม่


18 กรกฎาคม 2569

CCET รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

กระแสการลงทุนด้าน AI ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงแรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตและศักยภาพรองรับคำสั่งซื้อระดับโลกอย่าง บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET) ซึ่งกำลังเข้าสู่จังหวะการเติบโตรอบใหม่ หลังอุปสงค์ในตลาดเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ความได้เปรียบในการบริหารจัดการ

ปัจจุบัน CCET ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EMS) รายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในหลายประเทศ ทำให้บริษัทฯ มีความได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และสามารถปรับย้ายกำลังการผลิตตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลกได้ดีกว่าผู้ประกอบการหลายราย

อีกจุดแข็งที่โดดเด่นของ CCET คือความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนและปรับโครงสร้างการผลิตให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นเมื่อปริมาณการผลิตกลับมาเติบโต

โรงงานใหม่หนุนเติบโตระยะยาว 

แม้ผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับรู้รายได้และต้นทุนเริ่มต้นของโรงงานใหม่ แต่ภาพดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงช่วงรอยต่อของการลงทุนเพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยโรงงานแห่งใหม่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเริ่มทยอยเข้าสู่ช่วงการผลิตตามออเดอร์ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับคำสั่งซื้อใหม่ที่จะเข้ามาในระยะต่อไป

AI Infrastructure ต่อยอดธุรกิจ

หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ ความต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่ม Data Storage หรือ SSD ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการลงทุนด้าน AI Infrastructure ของผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลและกลุ่ม Hyperscaler รายใหญ่ทั่วโลก ความต้องการดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมหน่วยความจำกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานตึงตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตที่ยังมีกำลังการผลิตรองรับและสามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ CCET ยังเริ่มก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI มากขึ้น โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบสายการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ AI Server ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2569 ผ่านฐานการผลิตในประเทศไทย แม้ในระยะเริ่มต้นบริษัทฯ จะเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและพัฒนากระบวนการผลิตเป็นสำคัญ แต่การเข้าสู่ตลาดดังกล่าวถือเป็นการเปิดโอกาสสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และจะกลายเป็นฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว

เกาะกระแสเมกะเทรนด์โลก 

นอกเหนือจาก AI Server บริษัทฯ ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตตามเมกะเทรนด์ของโลก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์ Point-of-Sale (PoS) อุปกรณ์ Internet of Things (IoT) รวมถึงเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และช่วยกระจายแหล่งรายได้ให้มีความหลากหลายมากขึ้น

จากทิศทางอุตสาหกรรมที่กำลังฟื้นตัว ประกอบกับการขยายฐานการผลิต การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และการเริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานของ AI ทำให้หลายฝ่ายมองว่า CCET กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตรอบใหม่ โดยผลจากการลงทุนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มจะเริ่มสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปี 2569-2570 ดังนั้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่ในระยะยาว กระแส AI และอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่ง CCET เองพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและต่อยอดความสำเร็จได้อย่างแน่นอน