รายงานพิเศษ : พลังงานสะอาดยุคใหม่ โอกาสของ TGE DPPA ปลดล็อกดีมานด์ไฟฟ้าสีเขียว ชีวมวล-คาร์บอนเครดิตหนุนเป้าผลิตไฟ 200 MW

การปฏิรูปนโยบายพลังงานของรัฐบาลกำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน หลังเปิดทางให้ภาคธุรกิจเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดผ่านระบบ DPPA และเตรียมประกาศแผน PDP ฉบับใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมอย่าง บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) ได้รับอานิสงส์โดยตรง ทั้งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล คาร์บอนเครดิต และแผนขยายกำลังผลิตสู่ 200 เมกะวัตต์
ทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าสร้าง Energy Resilience หรือความยืดหยุ่นด้านพลังงาน ควบคู่กับการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานโลกและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการบริหารต้นทุนด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นทุกปี
การเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐจาก "ผู้กำกับดูแล" ไปสู่ "ผู้สนับสนุน" ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดได้สะดวกขึ้น ผ่านกลไกที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านการลงทุนและเพิ่มทางเลือกในการจัดหาพลังงาน ซึ่งจะช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ท่ามกลางข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
ปัจจัยบวกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนคือ มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่เห็นชอบการขยายการใช้ Direct Power Purchase Agreement (DPPA) จากเดิมที่มุ่งรองรับกลุ่ม Data Center ไปสู่ทุกภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด นับเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญของตลาดพลังงานไทย และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรงได้มากขึ้น
นโยบายดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากยุโรปและบริษัทข้ามชาติที่กำหนดให้การใช้พลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้หลัก ESG และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป หรือเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรระดับโลก ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าสะอาดมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดทุนจับตาคือ การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งกระทรวงพลังงานเตรียมประกาศในช่วง 2 เดือนข้างหน้า โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้สูงขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเป็นกรอบนโยบายสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุนของอุตสาหกรรมพลังงานไทยในระยะยาว
สำหรับ บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้เปรียบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทำให้มีเสถียรภาพในการสร้างรายได้ และสามารถตอบสนองความต้องการของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมถึงการบริหารจัดหาวัตถุดิบและควบคุมต้นทุนการผลิต ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และเป็นฐานรองรับการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในรูปแบบใหม่ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
อีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังกลายเป็น New S-Curve ของ TGE คือ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณคาร์บอนเครดิตสะสมมากกว่า 200,000 ตัน และเริ่มทยอยสร้างรายได้จากการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้จำหน่ายแล้วกว่า 2,000 ตัน ขณะที่ปีนี้คาดว่าปริมาณการขายจะเติบโตสูงกว่าปีก่อน ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
การมีสินทรัพย์ในรูปของคาร์บอนเครดิตจำนวนมาก นอกจากจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงแล้ว ยังช่วยยกระดับมูลค่าของธุรกิจในระยะยาว เนื่องจากตลาดคาร์บอนเครดิตทั่วโลกยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตามนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศ
ในด้านการเติบโตระยะยาว บริษัทได้กำหนดแผนลงทุนระหว่างปี 2570-2575 เพื่อขยายธุรกิจไปสู่พลังงานสะอาดประเภทอื่นเพิ่มเติม พร้อมผลักดันกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยกระจายแหล่งรายได้ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจเพียงประเภทเดียว และเพิ่มศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
จะเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านนโยบายพลังงานของประเทศกำลังสร้างโอกาสครั้งใหญ่ให้กับผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะบริษัทที่มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี ประสบการณ์ และการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่ง TGE ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีองค์ประกอบดังกล่าวครบถ้วน ทั้งฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลที่แข็งแกร่ง การต่อยอดสู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิต และแผนขยายกำลังการผลิตในอนาคต