จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : IND ต่อยอด LEED–พลังงานสะอาด สร้าง New S-Curve เสริมฐานรายได้เติบโตระยะยาว


18 กันยายน 2569

IND รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

IND เดินหน้ารักษาโมเมนตัมการเติบโตช่วงครึ่งหลังปี 69 วางเกมบริหารต้นทุนเข้ม ควบคู่ทยอยรับรู้ Backlog กว่า 1,900 ล้านบาท และเดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง พร้อมเปิดเกมธุรกิจใหม่ทั้งบริการ LEED และพลังงานสะอาด ปูทางสร้าง New S-Curve เสริมฐานรายได้และโอกาสเติบโตระยะยาว

บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป หรือ IND กำลังเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยภาพธุรกิจที่ยังมีแรงส่งจากงานในมือจำนวนมาก  ขณะที่บริษัทเดินหน้าวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษาการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างโอกาสรับงานใหม่และขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพ

จากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 IND มีกำไรสุทธิ 13.33 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการ 413.31 ล้านบาท สะท้อนฐานธุรกิจหลักที่ยังสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมี Backlog อยู่กว่า 1,900 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามความคืบหน้าของโครงการ จึงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนทิศทางรายได้ในระยะต่อไป

ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IND เชื่อว่า บริษัทจะรักษาอัตราการเติบโตให้อยู่ในทิศทางที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนของแต่ละโครงการอย่างรัดกุม พร้อมตั้งงบสำรองเผื่อฉุกเฉินสำหรับทุกโครงการ เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนตลอดกระบวนการทำงาน

กลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อธุรกิจรับเหมาบริการด้านวิศวกรรมและที่ปรึกษา เนื่องจากการควบคุมต้นทุนที่ดีไม่ได้เป็นเพียงการรักษาความสามารถในการทำกำไร แต่ยังช่วยให้บริษัทสามารถบริหารการส่งมอบงานได้ตามแผน ลดโอกาสเกิดต้นทุนส่วนเกิน และทำให้การรับรู้รายได้จาก Backlog เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน IND ยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการทยอยลงนามในสัญญาโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดรับกับทิศทางการลงทุนของภาครัฐที่ยังเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง การมี Backlog ในระดับกว่า 1,900 ล้านบาท จึงไม่ได้สะท้อนเพียงรายได้ที่รอรับรู้ แต่ยังเป็นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนธุรกิจและการบริหารทรัพยากรในช่วงต่อไป

ขณะเดียวกันบริษัทยังเร่งยกระดับขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมขยายฐานลูกค้าและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงงานและตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ IND มีช่องทางในการต่อยอดธุรกิจมากขึ้น และลดการพึ่งพาการเติบโตจากตลาดหรือประเภทงานใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ซึ่งการเตรียมขยายธุรกิจไปสู่บริการด้านการออกแบบและให้คำปรึกษาในการขอใบรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือ LEED Certificate ถือเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมของบริษัทไปสู่บริการที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ IND ยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งหากสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ได้ จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ในอนาคต และมีโอกาสกลายเป็น New S-Curve ที่เข้ามาเสริมธุรกิจหลักให้มีความหลากหลายมากขึ้น

การขยับเข้าสู่ LEED และพลังงานสะอาดจึงน่าสนใจในมุมของการวางโครงสร้างธุรกิจระยะยาว เพราะเป็นการนำศักยภาพด้านวิศวกรรม การออกแบบ และการให้คำปรึกษาที่บริษัทมีอยู่ มาต่อยอดเข้าสู่ตลาดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ดังนั้นหาก IND สามารถต่อยอดทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ได้ตามแผน ก็จะมีโอกาสพัฒนาจากผู้ให้บริการงานวิศวกรรมและที่ปรึกษาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการที่มีความครอบคลุมมากขึ้น ทั้งงานออกแบบ ให้คำปรึกษา มาตรฐานอาคารเขียว ไปจนถึงโอกาสในธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการนำเสนอบริการที่หลากหลายให้กับลูกค้า และสร้างช่องทางการเติบโตใหม่ในอนาคต

IND