รายงานพิเศษ : NAM เกาะเมกะเทรนด์ รัฐเร่งดัน Healthcare บุกอาเซียน-ยุโรป ปั้น New Growth

เมกะเทรนด์สังคมสูงวัยและนโยบาย Healthcare Economy ของรัฐบาล กำลังผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ โดย NAM เดินหน้าขยายฐานธุรกิจทั้งในอาเซียนและยุโรป สร้างโอกาสเพิ่มรายได้และต่อยอดนวัตกรรมในระยะยาว
การดูแลสุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก จากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย ความต้องการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และการลงทุนด้านสาธารณสุขที่ขยายตัวต่อเนื่องหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้หลายประเทศเร่งยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยประเทศไทยกำลังก้าวเดินในทิศทางเดียวกันผ่านนโยบาย Healthcare Economy ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
การประกาศนโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของภูมิภาค ผ่านการยกระดับมาตรฐานบริการทางการแพทย์ การสนับสนุนนวัตกรรมสุขภาพ การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเปิดงาน International Healthcare Week 2026 ว่า รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ โดยเชื่อว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรต่างประเทศ จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลกที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ตลาดเครื่องมือแพทย์ทั่วโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการเทคโนโลยีทางการแพทย์ การควบคุมการติดเชื้อ และอุปกรณ์ด้านการรักษาที่มีมาตรฐานสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต มีโอกาสขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น
หนึ่งในบริษัทที่พร้อมรับอานิสงส์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว คือ บมจ.นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านเครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมควบคุมการติดเชื้อ ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์การเติบโตควบคู่กับการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล
นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 2,400 ล้านบาท จากการเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการลงทุนและต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
หนึ่งในก้าวสำคัญ คือการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ PT. Jenco Mulia Teknologi ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนาโครงการผลิตเครื่องมือแพทย์ภายในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน และมีความต้องการด้านบริการสาธารณสุขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้าไปตั้งฐานธุรกิจในครั้งนี้จึงไม่เพียงเปิดโอกาสในการเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยให้ NAM เข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย Sterion Italia S.r.l. ในประเทศอิตาลี โดยถือหุ้นทั้งหมด 100% เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดเครื่องมือแพทย์ที่มีมาตรฐานสูงที่สุดของโลก การมีฐานปฏิบัติการในยุโรปจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการวิจัยและพัฒนา (R&D) การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ การขยายเครือข่ายลูกค้า และการต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต
การขยายธุรกิจของ NAM ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการวางโครงสร้างการเติบโตระยะยาวผ่านการกระจายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์โลกที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความปลอดภัย และมาตรฐานสากลมากขึ้น
อีกทั้งการที่รัฐบาลประกาศผลักดัน Healthcare Economy อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนที่เอื้อต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการแพทย์ ตั้งแต่ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงผู้ให้บริการทางการแพทย์ ส่งผลให้ NAM มีโอกาสได้รับประโยชน์ทั้งจากการเติบโตของตลาดในประเทศและการขยายตัวของตลาดต่างประเทศ